www.krabiall.com
 
งามหาดทราย สายน้ำใส เที่ยวบาดใจที่ “กระบี่”
น้ำทะเลใสไล่เฉดสีกับหาดทรายขาวๆ บนเกาะห้อง
        หนึ่งในทะเลที่สวยงามที่สุดของไทยเรา “ตะลอนเที่ยว” ยกให้ทะเลกระบี่ ที่หากไปถูกที่ถูกเวลาแล้วต้องขอบอกเลยว่าสุดยอด ทั้งน้ำสีฟ้า คราม ใส หาดทรายขาวสะอาด และลักษณะภูมิประเทศทะเลสลับภูเขา
       
        นอกจากนี้ ทรัพยากรธรรมชาติทั้งใต้น้ำและบนบกก็สมบูรณ์ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าที่ใด สังเกตได้จากป่าโกงกาง แสม ลำพูน บริเวณเทือกเขากาโรส ที่ขึ้นกันอย่างหนาแน่นเขียวชอุ่มบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ทางระบบนิเวศ ซึ่งในทริปนี้ ตะลอนเที่ยว ก็ได้ออกเรือเพื่อชมธรรมชาติที่รังสรรค์ไว้อย่างน่าชมและตามหาภาพเขียนสีโบราณ ที่เขาว่ากันว่าอยู่ตามถ้ำหรือผาหินต่างๆบริเวณเทือกเขากาโรส

ภาพเขียนสีอายุราว 3,000-5,000 ปี ที่เทือกเขากาโรส
        ตามหาภาพเขียนสีที่ "เทือกเขากาโรส"
       
        เทือกเขากาโรส ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลอ่าวลึกน้อย อำเภออ่าวลึก เป็นส่วนหนึ่งของเขต อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี จังหวัดกระบี่ พวกเราลงเรือหางยาวแล่นลัดเลาะไปตามป่าโกงกาง แสม ลำพูน อันหนาแน่นสมบูรณ์ สลับกับภูเขาน้อยใหญ่ที่เป็นเขาหินปูนสวยงามด้วยหินงอกหินย้อนรูปร่างแปลกตาตามแต่จินตนาการ
       
        เรือพาเรามาจนถึง ถ้ำลอด ซึ่งเราต้องลอดใต้เขาหิน หากน้ำขึ้นเราก็ไม่สามารถเข้าหรือออกจากบริเวณถ้ำลอดแห่งนี้ได้จึงเป็นเรื่องที่ชวนให้หวาดเสียวพอตัว เพราะช่วงเวลาที่พวกเราลอดนั้นพี่คนเรือบอกว่าน้ำกำลังขึ้น ทำให้ ตะลอนเที่ยว ใจตุ๊มๆ ต่อมๆ เกรงว่าถ้าน้ำขึ้นปิดทางเข้า-ออก เราคงได้ปีนเขาปีนผาออกมากันล่ะ

หินงอกหินย้อย ที่มีให้เห็นมากมายหลายรูปแบบที่เทือกเขากาโรส
        แต่แล้วเราก็รอดพ้นจากวิกฤตน้ำขึ้นน้ำลงไปได้ด้วยความเชียวชาญของพี่คนเรือ แล้วเราก็ไม่พลาดที่จะลอดถ้ำลอดเข้าไปชมความสวยงามของเทือกเขาอันสูงชัน เมื่อลอดใต้เขาหินเข้าไปแล้ว พี่คนเรือบอกให้เรามองย้อนหลังกลับมาจะเจอกับช่องระหว่างหินที่เป็นรูปหัวใจพอดิบพอดี เห็นความน่ารักของธรรมชาติแล้วก็ทำให้ ตะลอนเที่ยว ยิ้มอย่างไม่รู้ตัว นอกจากนี้ภายในยังมีพรรณไม้ที่แตกกิ่งก้านทอดตัวให้บรรยากาศร่มรื่นตลอดสองข้างทาง
       
        เมื่ออกมาจากถ้ำแล้ว พวกเรามุ่งหน้าไปตามหาภาพเขียนสีโบร่ำโบราณ ที่สันนิษฐานว่าน่าจะมีอายุอยู่ในช่วงก่อนประวัติศาสตร์ประมาณ 3,000-5,000 ปี กลุ่มคนที่วาดอาจเป็นกลุ่มชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงและดำรงชีพโดยใช้ทรัพยากรทางทะเล

ช่องโหว่รูปหัวใจ ความอัศจรรย์ของธรรมชาติที่เขากาโรส
        ต่างคนก็หันซ้ายมองขวาแหงนหน้าตั้ง ตั้งหน้าตั้งตาเพ่งพินิจตามหาภาพเขียนสีกันอย่างใจจดใจจ่อ นั้นไงๆ สีแดงๆ อยู่บนผาตรงนั้นน่ะ พี่คนหนึ่งในเรือตะโกนออกมาด้วยความดีใจ พร้อมชี้นิ้วให้พวกเราที่เหลือมองตามไป
       
        อั้นแน่ะ!!..เจอแว้ววว ภาพเขียนสีโบราณที่เขียนด้วยสีแดง ซึ่งดูรูปร่างแล้ว "ตะลอนเที่ยว" คิดว่าน่าจะคล้ายๆ กับสัตว์ แต่ก็เป็นที่ถกเถียงกันในเรือเพราะภาพเขียนนี้มีความเลือนรางคลุมเครือจึงเป็นภาพตามแต่จินตนาการของแต่ละคน
       
        ถัดไปไม่ไกล พวกเราก็เจอภาพเขียนสีอีกหนึ่งภาพ แต่ครั้งนี้เป็นภาพที่เหมือนเป็นการขีดๆเป็นเส้นตรงสั้นๆสองแถว บางคนในทีมของเราบอกว่าเหมือนตัวตะขาบ ซึ่งจะว่าคล้ายก็คล้ายอยู่เหมือนกัน หลังจากถกเถียงและถ่ายรูปเป็นที่พอใจแล้ว พี่คนเรือก็พาพวกเราไปหยุดอยู่ที่หน้าผาสูงใหญ่อีกแห่งหนึ่งที่กลางเขามีลักษณะเหมือนถ้ำลึกเข้าไปด้านใน

พายเรือแคนู อีกกิจกรรมหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมบริเวณเกาะห้อง, เสน่ห์ของเกาะห้องดึงดูดนักท่องเที่ยวให้แวะเวียนมาเยือน
        ใกล้ๆกันพวกเราก็ได้เจอะเจอกับภาพเขียนสีโบราณอีกภาพหนึ่ง ที่ ตะลอนเที่ยว มองไปมองมาพินิจพิเคราะห์แล้วน่าจะเป็นภาพของสัตว์และคน แต่ก็ไม่อาจระบุให้ชัดเจนแน่นอนได้เช่นกัน แต่ความสนุกก็คงจะอยู่ตรงนี้ ตรงที่พวกเราได้ถกเถียงแลกความคิดเห็นกันอย่างมันปากจนเป็นที่พอใจ พวกเราก็ร่ำลาเทือกเขากาโรสออกสู่ท้องทะเล
       
        นับดาวบนผืนทรายที่ “เกาะห้อง”
       
        หลังจากที่พวกเราเบิ่งตาชมบรรยากาศสดใสของท้องทะเลอันกว้างใหญ่ และเกาะแก่งระหว่างทางได้ชั่วครู่ เรือพาพวกเรามาจอดดับเครื่องยัง เกาะห้อง หรือ เกาะเหลาบิเละ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวอันขึ้นชื่อของจังหวัดกระบี่
       
        ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าทำไมเกาะห้องแห่งนี้ถึงเป็นจุดเด่นของอุทยานฯ และจังหวัดกระบี่ เพราะน้ำที่ใส่ไล่เฉดสีจากเขียวอ่อนๆไปจนสีฟ้าคราม หาดทรายสีขาดสะอาดสะท้อนแสงอาทิตย์ดูโดดเด่น มีเกาะแก่งอยู่รายรอบอย่างเหมาะเจาะ บวกกับวันนี้ฟ้าเป็นสีฟ้าอย่างเป็นใจ

ช่องว่างระหว่างเขาเป็นดั่งประตูสู่ทะเลใน ซึ่งถูกโอบล้อมด้วยเขาหินสูงชัน
        ในเมื่อทุกอย่างลงตัวเช่นนี้ ก็แน่นอนว่าพวกเราก็ไม่พลาดที่จะเก็บรูปแสนประทับใจกันจนเพลิดเพลิน ก่อนที่จะอดใจกับการยั่วยวนของน้ำใสๆ ที่ซัดเข้ามาเบาๆ เป็นระยะๆ ไม่ไหว จนต้องโดดลงน้ำแหวกว่ายน้ำใสเย็นสบาย พร้อมฝูงปลาตัวน้อยๆ อย่างเมามัน
       
        เกาะแห่งนี้จึงเป็นอีกจุดหนึ่งที่ทัวร์ต่างๆ จะต้องแวะเวียนมาโดยเฉพาะฝรั่งหัวทอง ที่นิยมนอนอาบแดดกันอยู่นานสองนาน แต่ก็ไม่เห็นจะคล้ำขึ้นสักเท่าไร สู้ ตะลอนเที่ยว ไม่ได้ โดนแดดแป๊ปเดียวดำปี๋ ดำนานดำดีสีไม่ตกอีกด้วย
       
        ที่เกาะห้องด้านนอกนี้ นอกจากเป็นที่เล่นน้ำ ดำน้ำ อาบแดด ชั้นดีแล้ว ยังเหมาะสำหรับพายเรือแคนนูด้วย ส่วนบนฝั่งเป็นที่ทำการอุทยานฯ และมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติอุดมอันสมบูรณ์ จนเมื่อ พ.ศ.2551 ที่ผ่านมา เกาะห้อง ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวดีเด่น ประเภทแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ซึ่งมีระบบนิเวศเขาหินปูน มีการรักษาสภาพธรรมชาติไว้อย่างดี เป็นที่น่าภูมิใจของชาวกระบี่จริงๆ

สาวสวยโชว์ดาวทะเล 5 แฉก, ขามากมายของดาวทะเลมีอยู่ครบทุกแฉก
        พวกเราเพลิดเพลินอยู่ที่เกาะห้องแห่งนี้จนลืมเวลา เพราะเรายังมีอีกกิจกรรมหนึ่งที่หมู่เกาะห้องแห่งนี้ เรือพาพวกเราลัดเลาะมายังอีกด้านหนึ่งของเกาะ ที่มีลักษณะเป็นสระธรรมชาติล้อมด้วยเขาหินสูงชันเกือบจะรอบด้าน ทำให้ด้านในนี้เป็นเหมือน ลากูน (Tidal Lagoon) หรือที่เรียกว่า ทะเลใน ในช่วงน้ำขึ้นจึงจะนำเรือเข้าไปวนชมความสวยงามอัศจรรย์ของธรรมชาติแบบนี้ได้ และหากน้ำลงเรือก็ไม่สามารถผ่านช่องเขาหินปูนเข้าไปได้
       
        แต่นั้นคือสิ่งที่พวกเราต้องการ ขณะน้ำลงเรือพา ตะลอนเที่ยว และพลพรรคมาจอดลอยลำอยู่บริเวณช่องเขาที่เปรียบดั่งประตูเปิดเข้าสู่ภายในห้อง จากนั้นพวกเราก็ลงเดินลุยน้ำที่ลดระดับลงจนสามารถมองเห็นผืนทรายใต้น้ำได้

นักท่องเที่ยวนิยมมาดำน้ำตื้นบริเวณหมู่เกาะห้า
        พวกเราค่อยๆก้าวย่างอย่างช้าๆและระมัดระวัง เพื่อไม่ให้สิ่งที่เราตามหาอยู่ต้องได้รับความเสียหาย หรือบาดเจ็บ และแล้วพวกเราก็เจอะเจอกับฝูงดาวมากมายในตอนที่ฟ้ายังสว่างอยู่ เพราะดาวที่เราเจอไม่ใช่ดาวบนท้องฟ้า แต่เป็นดาวบนผืนทราย หรือ ดาวทะเล นั้นเอง
       
        บางคนอาจจะคุ้นกับการเรียก ดาวทะเล ว่า ปลาดาว แต่แท้จริงแล้วดาวทะเลไม่ใช่ปลา แต่เป็นสัตว์ทะเลชนิดหนึ่งที่มีตัวเป็นศูนย์กลางแล้วมีแขนยืดออกไปโดยรอบรวมห้าแขน ทำให้มีรูปร่างเหมือนดาว และมีขาเป็นหลอดสั้นๆเรียงกันอยู่เป็นแถวที่ด้านใต้แขนทั้งห้า ส่วนแขนของดาวทะเลเมื่อถูกตัดขาดอาจงอกขึ้นใหม่ได้เช่นเดียวกับหางจิ้งจก และหากตัดดาวทะเลออกเป็นชิ้น แต่ละชิ้นก็จะงอกใหม่เป็นดาวทะเลเต็มตัวได้ด้วย ช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ
       
        เมื่อตามหาดาวบนผืนทรายเจอแล้ว ก็ช่วยกันนับ นับ นับ ว่ามีดาวทะเลอยู่กี่ตัวกันแน่ ในที่สุดพวกเราก็ได้ผลลัพธ์ว่ามีดาวทะเลอยู่หลายตัวนั่นเอง ก็เป็นข้อสรุปที่ยอมรับได้อยู่เหมือนกันล่ะมั้ง

นักดำน้ำแบบ Freediving (ภาพโดย : กิตตินันท์ รอดสุพรรณ)
        ดำน้ำที่ “หมู่เกาะห้า” ปีนผาที่ “เกาะปอดะ”
       
        ท้องทะเลกระบี่ยังมีจุดดึงดูดอันทรงเสน่ห์อีกหลายแห่ง โดยเฉพาะที่ "หมู่เกาะห้า" จุดดำน้ำที่ขึ้นชื่อของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ระหว่างทางก่อนจะถึงที่หมาย เรือพาเราผ่านเกาะแก่งน้อยใหญ่ รวมถึงเกาะไก่ ที่มีลักษณะเหมือนไก่กุ๊กกุ๊กสมชื่อ
       
        และแล้วเรือก็พาชาวคณะมาจอดลอยเท้งเต้งอยู่ในบริเวณหมู่เกาะห้า ที่บริเวณนี้เป็นจุดที่นักดำน้ำนิยมมาดำน้ำแบบ Freediving หรือการดำน้ำแบบตัวเปล่าไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจ โดยนักดำน้ำจะใช้ลมหายใจเพียงเฮือกเดียวเพื่อสำรวจโลกใต้ท้องทะเล
       
        นักดำน้ำประเภทนี้ต้องอาศัยการฝึกฝนและชำนาญเป็นอย่างมาก ฟังแล้วปลาซิวปลาสร้อยอย่างพวกเราก็ขอยอมแพ้หันมาใส่หน้ากาก Snorkeling ลงดำน้ำตื้นดีกว่าเพื่อความชัวร์ แต่พี่ๆบางคนที่มีภูมิก็ขออัพเกรดลงดำน้ำลึกแบบ Scuba กันอย่างเพลิดเพลิน

ลีลาการปีนผาขวนหวาดเสียวของนักปีนผาที่เกาะปอดะ
       

ดำผุดดำโผล่กันสมใจแล้ว ก่อนจะกลับเข้าฝั่งเมืองกระบี่ เรือจะพาเราไปดูกิจกรรมสุดเสียวที่เกาะปอดะ ระหว่างทางเราโชคดีที่เป็นเวลาน้ำลดตอผุด อุ๊ย!!ไม่ใช่สิ น้ำลดตรงนี้ทำให้พวกเราได้เห็นทะเลแหวก ปรากฏการณ์ของธรรมชาติอันน่าอัศจรรย์ ระดับน้ำที่ลดลงจนเห็นเป็นสันทรายสีขาวสะอาดตาเชื่อมเกาะทับ เกาะหม้อ และเกาะไก่ ทั้ง 3 เกาะเข้าด้วยกัน
       
        จากนั้นก็มาถึงยัง เกาะปอดะ เกาะหนึ่งในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ในเวลาที่พอดิบพอดี เพราะขณะนี้มีนักปีนผากำลังปีนผาหินด้วยมือเปล่า โดยไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยใดๆ จากผาด้านล่างพวกเขาค่อยๆหาที่มั่นปีนขึ้นไปสูงขึ้นสูงขึ้น จนพวกเราทั้งลำเรือพากันลุ้นอย่างออกหน้าออกตา เมื่อปีนจนหมดทางไม่สามารถหาทางไปต่อได้ก็จะปล่อยตัวลงสู่น้ำด้านล่าง กิจกรรมชวนเสียวนี้เป็นที่ตื่นตาตื่นใจพลพรรคเราเป็นอย่างมาก
       
        และแล้วงานเลี้ยงย่อมต้องมีวันเลิกลา การตะลอนเที่ยวท้องทะเลกระบี่ของ ตะลอนเที่ยว ในครั้งนี้ก็จบลงอย่างอิ่มหนำใจ แต่การท่องเที่ยวในแต่ละสถานที่ก็ควรมาเที่ยวให้ถูกที่ถูกเวลาของมันด้วย เพื่อความสวยงามแบบบาดใจจนยากจะลืมเลือน
       
        * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       
        ช่วงนี้จังหวัดกระบี่ ร่วมกับสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.กระบี่ สมาคมโรงแรม จ.กระบี่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล ททท.สำนักงานกระบี่ จัดโครงการ “เที่ยวกระบี่บาดตา ราคาบาดใจ” โดยนำเสนอที่พักและรายการนำเที่ยวลดราคาพิเศษ 30-80% สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานจังหวัดกระบี่ โทร.0-7562-2138 หรือที่ ททท.สำนักงานกระบี่ โทร.0-7562-2163

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 4 มีนาคม 2552