www.krabiall.com

Koh Sriboya, Krabi Thailand : เกาะศรีบอยา กระบี่

การเดินทางของผมเกิดขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่ว่างเว้นจากงานประจำของผม ยอมรับว่าแทบไม่มีเวลาปลีกตัวไปไหนเลยครับ เหนื่อยสุดๆ...

ทุกครั้งที่ตัวผมเองเกิดสภาวะแบบนี้ ผมมักจะนึกถึงการเดินทางเสมอ ผมรู้สึกเหมือนว่าการเดินทางท่องเที่ยวไปในแบบที่ผมเป็นแบบนี้ มันเป็นแบบที่ชาร์จแบตเตอรี่ให้กับผมได้เป็นอย่างดี ถึงแม้จะมีเวลาไม่มากนักกับวันหยุดเพียงแค่วันเดียว แต่ผมก็จะพยายามดิ้นรนไปหามัน สถานที่สงบๆ ที่ๆผู้คนไม่ค่อยจะคุ้นหูซักเท่าไหร่ มักจะเป็นเป้าหมายของผมเสมอ ผมชอบแบบนี้ครับ...

เกาะศรีบอยา คือการเดินทางครั้งนี้ของผม ด้วยจิตใจที่ผมหวังจะไปที่นี่มานานแล้ว แต่ไม่เคยได้ไปเยือนซักที ครั้งนี้มีโอกาสกับการตัดสินใจของตัวเองแบบไม่มีทิศทาง ครั้งนี้ผมเลือกเดินทางแบบไม่ค้นหาข้อมูลใดๆทั้งสิ้น ผมไม่อยากวางแผนการเดินทางใดๆแล้ว เพราะผมรู้สึกเหนื่อยจากการวางแผนจากงานประจำของผม (แบบนี้ห้ามเอาอย่างนะครับ เพราะผมเป็นคนพื้นที่)

หลังจากเรียบร้อยกับภาระกิจประจำวันหยุดของตัวเอง ผมจัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับการเดินทางของผม ขับรถมุ่งสู่ท่าเรือแหลมกรวด ทันทีที่ผมมาถึงที่นี่ ท่าเรือแหลมกรวด ความทรงจำของเกาะจำเข้ามาเยือนในสมองของผม คิดถึงเกาะจำครับ ผมบอกเบาๆกับตัวเอง

จ๊ะ ผมจอดรถตรงนี้ได้ไหม??? ผมลงไปถามจ๊ะคนหนึ่งที่ร้านขายของชำเล็กๆ

ตี้ไปไหน จ๊ะถามผม? : ผมตอบ ไปเกาะศรีบอยาครับ : จ๊ะถามต่อว่า ไปนานไหม? : ผมตอบ ไม่นานครับ ไป-กลับ แล้วจ๊ะก็บอกผมว่า ได้ๆ จอดเลย

ผมคุยกับจ๊ะอยู่พักหนึ่ง เพื่อสอบถามการเดินทางและจุดไปขึ้นเรือเพื่อไปเกาะศรีบอยา

ขอบคุณครับจ๊ะ ผมไปก่อนครับ ผมบอกกับจ๊ะแล้วเดินไปยังจุดขึ้นเรือ จุดขึ้นเรือไปเกาะศรีบอยาเป็นจุดเดียวกับจุดขึ้นเรือไปเกาะจำครับ ซึ่งเรือจะวิ่งเป็นเวลาครับ สามารถสอบถามได้จากชาวบ้านแถวๆนั้นครับ โดยส่วนใหญ่เขาจะทราบตารางเดินเรือไปเกาะต่างๆแถวๆนั้นกันหมดครับ

เมื่อผมเดินมาถึงผมจุดขึ้นเรือ ผมเดินไปถามกัปตันเรือ (จากการสังเกตของผม ผมพอจะทราบว่าใครคือกัปตันเรือ) ไปเกาะศรีบอยาตอนไหนครับ เขาหันมาตอบผมทันที ตี 10 ลำนั้นเลย ผมมองดูนาฬิกาตอนนี้ก็ใกล้ 10 โมงพอดี ค่าเรือเท่าไหร่ครับ ผมถามกัปตัน คนละ 20 บาท กัปตันบอกกับผม ผมพยักหน้าพร้อมกับเดินลงไปนั่งในเรือ เวลาที่เหลือผมก็ถ่ายภาพบริเวณนั้นไปเรื่อยๆ เป็นการฆ่าเวลา ตอนนี้ผมนึกถึงการไปเยือนเกาะจำครั้งแรกที่ผ่านมาของผมมากๆครับ กลิ่นอายธรรมชาติเริ่มกลับมาหาผมอีกครั้งในวันนี้

ตอนนี้ 10 โมงแล้ว กัปตันก็เดินลงมาในเรือเตรียมออกเดินทาง ผมสังเกตเห็นว่าภายในเรือมีผู้ร่วมเดินทางเพียงไม่กี่คนเองครับ น่าจะเป็นชาวบ้านในเกาะทั้งนั้นครับ ไม่มีนักท่องเที่ยวเลย ต่างกับเรือที่เดินทางไปเกาะจำ ผมมองเห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่บ้าง

ระหว่างเรือออกเดินทาง ผมก็ถ่ายภาพไปเรื่อยครับ ผมรู้สึกสดชื่นและตื่นเต้นทุกครั้งกับสภาวะบรรยากาศแบบนี้ วันนี้ผมค่อนข้างโชคดี ฝนไม่ตกครับ ทั้งๆเมื่อวานฝนยังตกเกือบทั้งวันอยู่เลย

นั่งเรือมาได้ซักระยะ ผมสังเกตมุมมองบริเวณนี้ เป็นมุมมองเดียวกับการเดินทางไปเกาะจำครับ ต่างกันที่ไปเกาะจำเลี้ยวซ้าย ส่วนเกาะศรีบอยาขับเรือเยื้องๆไปทางขวาครับ ผมเองก็บอกไม่ถูกในทิศทางของการเดินเรือครับ :-)

ระหว่างนั่งเรือไปถึงเกาะศรีบอยา เราลองมาดูประวัติของเกาะศรีบอยากันนะครับ

เกาะศรีบอยา ประกอบด้วยชุมชนย่อย 3 แห่ง คือ หมู่ 1 บ้านคลองเตาะ, หมู่ 6 บ้านเกาะศรีบอยา และหมู่ 7 บ้านหลังเกาะ

จากคำบอกเล่าของชาวบ้านในชุมชนบ้านคลองเตาะ และชุมชนบ้านเกาะศรีบอยา ได้ข้อมูลตรงกันว่า ประชากรบนเกาะศรีบอยาอพยพย้ายถิ่นมาจากเกาะนกคอม ซึ่งอยู่ห่างไปทางทิศตะวันออกในราวปี พ.ศ.2490 เป็นต้นมา คำว่า “ศรีบอยา” มีผู้ให้ความหมายไว้เป็น 2 นัย คือ ศรีบอยาคำเดิมน่าจะมาจากภาษาของชาวเล ที่เรียกเกาะนี้ว่า “ปูเลา บีฮาย่า” คำว่า “ปูเลา” แปลว่าเกาะ ส่วนคำว่า “บีฮาย่า” แปลว่า จระเข้ ซึ่งกล่าวกันว่าสมัยก่อนเกาะนี้มีจระเข้น้ำเค็มชุกชุมมาก อีกนัยหนึ่งกล่าวว่าศรีบอยาเดิมชื่อว่า “ปาแซะบอย่า” ซึ่งเป็นคำในภาษามลายู  โดย “ปาแซะ” หมายถึง หาดทราย ส่วน “บอยา” คือ จระเข้ เมื่อรวมกันแล้วจะหมายถึง หาดทรายที่จระเข้ขึ้นตากแดด ซึ่งสอดคล้องกับความหมายแรก และ ต่อมาได้กลายเป็นชื่อแบบไทยว่า “ศรีบอยา”

ทราบประวัติคร่าวๆแล้วอย่าเพิ่งกลัวจระเข้นะครับ เพราะนั่นเป็นเพียงแค่ประวัติในตำนานครับ เดี๋ยวนี้ไม่มีแน่นอน

นั่งเรือมาได้สักระยะผมก็เริ่มมองเห็นอาคารอยู่ด้านหน้าอยู่ไกลๆ ผมเองก็คิดว่ามันคือท่าเรือสำหรับขึ้นฝั่งบนเกาะศรีบอยา ด้วยการสังเกตของหัวเรือที่มุ่งหน้าไปในขณะนี้

สักพักเราก็มาถึงฝั่งเกาะศรีบอยาครับ บริเวณด้านหน้าส่วนใหญ่จะมีป่าโกงกางอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ครับ ผมสังเกตไปรอบๆ พร้อมกับถ่ายภาพไปด้วย ส่วนคนอื่นๆนั้นก็ลงจากเรือกันไปครับ หลังจากที่ผมจ่ายค่าเรือเสร็จ ครูเอียด (ครูเอียด เป็นครูที่สอนอยู่โรงเรียนบ้านเกาะศรีบอยา และครูเอียดคือคนที่นั่งเรือมาพร้อมกับผมด้วยครับ) ถามผมว่า มาที่นี่จะไปที่ไหน? ผมตอบไปว่ามาเที่ยวครับ ครูเอียดบอกผมต่อไปอีกว่า หากจะไปเที่ยวต้องไปทางด้านหลังเกาะ แต่มันไกลอยู่นะ ต้องมีรถมอเตอร์ไซค์ถึงจะไปได้

แย่ล่ะซิ ผมไม่ได้วางแผนใดๆเลย และไม่คิดว่าที่นี่จะไม่มีรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ผมคิดในใจ...แล้วผมก็ถามครูเอียดว่า พอจะมีรถมอเตอร์ไซค์ให้ผมเช่าบ้างไหม? ครูเอียดจัดแจงถามชาวบ้านที่นั่งเรือมากับเราว่าใครพอจะมีมอเตอร์ไซค์ให้เช่าบ้าง และแล้ว น้องสาวคนหนึ่งก็พยักหน้าเรื่องของการจัดหามอเตอร์ไซค์เช่าให้ ซึ่งน้องเขาก็จอดสามล้อไว้ที่ท่าเรือ ครูเอียดและผมก็นั่งสามล้อไปกับน้องสาวพร้อมกับลูกๆเขาอีก 2 คน ครูเอียดแวะลงที่โรงเรียนบ้านเกาะศรีบอยา ครูเอียดบอกกับน้องเขาว่า ดูแลเขาด้วยนะ เขามาเที่ยวบ้านเรา ขอบคุณมากนะครับครูเอียด ผมยกมือไหว้ครูเอียด แล้วครูเอียดบอกกับผมว่า เที่ยวให้สนุกนะ ผมนั่งรถไปต่อกับน้องสาว จนมาถึงบ้านน้องสาว ผมก็ได้ไปเจอกับม๊ะของน้องสาว ชือ จ๊ะหรี่

จ๊ะหรี่เปิดร้านขายของชำอยู่ครับ ดูเหมือนว่าจะขายชา-กาแฟในตอนเช้าด้วยเหมือนกัน และตอนนี้เองชาวบ้านแถวนั้นก็นั่งอยู่หลายคนซะด้วย ต่างก็มองผม รู้สึกแปลกๆยังงัยไม่รู้ครับ เพราะหลายๆคนพากันถามผมครับ อาจจะรู้สึกแปลกใจที่ผมมาเที่ยวที่นี่ แต่ยอมรับอย่างนึงครับว่า ชาวบ้านที่นี่อัธยาศัยดีมากๆครับ

จ๊ะหรี่จัดแจงเรื่องรถมอเตอร์ไซค์เช่าให้กับผม ผมบอกจ๊ะหรี่ว่า ไม่ต้องใช้บัตรประชาชนนะจ๊ะ เพราะยังงัยผมก็กลับไปไม่ได้อยู่แล้วหากไม่ผ่านหน้าบ้านจ๊ะ เราต่างก็พากันหัวเราะ หลังจากที่ได้รถมอเตอร์ไซค์แล้วผมก็ขับรถไปเติมน้ำมันและแล้วก็มุ่งหน้าขับรถไปตามเส้นทางในเกาะ มัสยิดเกาะศรีบอยาเป็นจุดแรกที่ผมเจอ บอกให้ผมรู้ว่าชาวบ้านบนเกาะนี้ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมครับ

ผมขับมอเตอร์ไซค์ไปต่อ ถนนบางช่วงบางตอนก็เป็นถนนคอนกรีตครับ (ดูเหมือนว่าจะเพิ่งทำถนนเสร็จครับ) บางช่วงบางตอนก็ยังเป็นถนนลูกรังอยู่ครับ เจอถนนแบบนี้ผมเองไม่ซิ่งมากครับ :-) ขับไปแบบเรื่อยๆ แบบไม่รู้เส้นทาง ขับมาได้สักพักผมก็เห็นป้ายบอกว่าไปหลังเกาะ ระหว่างทางผมสังเกตเห็นสวนยางมากมายรับรู้ได้เลยว่า อาชีพทำสวนยางเป็นอีกอาชีพหนึ่งของผู้คนบนเกาะแห่งนี้

ผมขับรถมอเตอร์ไซค์มาได้ซักระยะก็มองเห็นทะเลอยู่ไกลๆ ผมเลยขับตรงไป ก็เจอกับทะเลจริงๆครับ ทะเลจุดนี้คือจุดหยุดพักของผม ตอนนี้เป็นช่วงน้ำลง ผมมองไปรอบๆ ทะเลที่นี่ก็เหมือนกับทะเลอื่นๆในกระบี่ ที่มองไปแล้วจะมีเกาะเล็กๆด้านหน้าอยู่เสมอ ไม่ปล่อยให้ทะเลอ้างว้าง นี่แหละครับเสน่ห์ทะเลกระบี่ล่ะ

แต่ทะเลที่นี่ ที่ศรีบอยาแห่งนี้ ไม่ได้เป็นทะเลที่มีหาดทรายขาวเนียนละเอียดเหมือนกับชายหาดอื่นๆที่กระบี่นะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่รับรู้ได้เลยกับทะเลที่นี่คือ ความบริสุทธิ์ของทะเลครับ ทุกอย่างเป็นธรรมชาติมากๆ

ผมเดินถ่ายภาพไปเรื่อยๆบนหาดแห่งนี้ มองดูแล้วชายหาดที่นี่ยาวใช้ได้ทีเดียวเลยครับ เอาเป็นว่าถ้าจะเดินให้จบนั้น ก็น่าจะใช้เวลาพอดูทีเดียวครับ

อีกอย่างครับ ที่ทำให้ทะเลไม่เคยอ้างว้างเลย ก็คือเรือครับ เรือจะอยู่คู่กับทะเลเสมอ นั่นบ่งบอกให้ผมรู้ว่าอีกอาชีพหนึ่งของผู้คนบนเกาะแห่งนี้คืออาชีพประมงครับ เพราะภายในเรือที่นี่ส่วนใหญ่ ต่างก็มีอุปกรณ์ทั้งนั้นเลยครับ

และริมชายหาดบ้างบางแห่งก็มีอุปกรณ์ประมงอยู่เรียงรายครับ ผมเดินถ่ายภาพไปเรื่อย มุมนั้นที มุมนี้ที แค่นี้ผมก็รู้สึกสดชื่นและหายเหนื่อยแล้วล่ะครับ

หลังจากที่ถ่ายภาพจนเป็นที่พอใจแล้ว ผมก็นั่งพักร้อนที่ชายหาดที่นี่ประมาณ 10 นาที ก็ได้ร่มเงาของต้นสนแหละครับที่ช่วยบังแดดยามเที่ยงแบบนี้ให้กับผม

หลังจากที่หยุดพัก ผมก็ขับรถมอเตอร์ไซค์ไปต่อ ตรงไหนที่เป็นถนนหลักผมก็ขับรถไปเรื่อยครับ ขับมาได้สักระยะก็มองเห็นจุดหนึ่งครับ ดูเหมือนว่าจุดนี้จะเป็นจุดชมวิวที่ดีของที่นี่ครับ แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่า เป็นที่ส่วนบุคคลหรือเปล่านะครับ

ผมขับรถไปจนสุดเส้นทาง (ทางตัน) น่าจะเป็นอีกด้านหนึ่งของเกาะ ที่มีเพียงชายหาดเล็กๆครับ ผมเดินลงไปดูบริเวณชายหาด ไม่นานมากนักก็เดินกลับมาสตาร์ทมอเตอร์ไซค์ไปต่อ ขับกลับไปทางเดิม เพื่อหาร้านอาหารสักแห่ง เพราะตอนนี้มันก็บ่ายโมงกว่าแล้วครับ รู้สึกหิวครับ

ผมขับรถมอเตอร์ไซค์กลับมาตามเส้นทางเดิมได้สักระยะ ก็เห็นป้ายบอกว่าเป็นบังกะโล เอ๊ะทำไมตอนแรกผมไม่เห็นนะ ผมงงๆกับเส้นทางนี้นิดหน่อย ผมขับมอเตอร์ไซค์เลี้ยวเข้าไปโดยที่ไม่รู้ว่าบังกะโลแห่งนี้มีร้านอาหารหรือเปล่า โชคดีครับ ทันทีที่ผมจอดรถและเดินเข้าไป ผมมองเห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติกำลังทานอาหารกันอยู่

Sawasdee Kha ผู้หญิงชาวต่างชาติคนหนึ่งกำลังนั่งทานอาหารกันอยู่ ทักทายกับผมอย่างยิ้มแย้ม ผมตอบไปว่าสวัสดีครับ

ผมมองไปรอบๆ สักพักก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินออกมา ถามผมว่า จะทานอาหารหรือครับ ผมตอบว่าใช่ครับ เขาก็ไปเอาเมนูอาหารมาให้กับผม

ในตอนแรกผมคิดว่าผู้หญิงชาวต่างชาติเป็นเจ้าของร้านซะอีกครับ เขาอัธยาศัยดีมากครับ :-)

ร้านอาหารแห่งนี้เป็นร้านอาหารติดกับชายทะเลครับ บรรยากาศร่มรื่นทีเดียว หลังจากที่ผมได้เมนูผมก็สั่งอาหารไป ระหว่างรอผมก็ออกไปถ่ายภาพบริเวณร้านอาหารที่นี่ครับ (เสียดายผมไม่ได้ถ่ายภาพร้านอาหารมาเลย)

สักพักผมก็ได้อาหารตามที่สั่ง ผมก็ได้คุยกับพี่เขาไปด้วย (โดยที่ผมทราบชื่อภายหลังว่า บังท้วม) บังท้วมที่นี่เป็นบังกะโลด้วยหรือครับ ผมถาม บังท้วมตอบผมว่าใช่ มีราคาตั้งแต่ 200 บาทขึ้นไปจนถึง 1,000 พันกว่าบาทครับ ตอนนี้ก็มีนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่บ้าง ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะพักอยู่ระยะยาวๆกัน ผมเชื่อแล้วละครับว่านักท่องเที่ยวต่างชาตินั้นไปทั่วทุกที่จริงๆ ที่ไหนมีทะเลผมเป็นอันต้องเจอเสมอ :-)

เท่าที่ผมสังเกตทะเลที่นี่น่าจะเป็นจุดชมวิวอาทิตย์อัสดงที่สวยงามเหมือนกัน ผมมองไปคิดในใจไป...

ขอบคุณครับบังท้วม ผมบอกพร้อมกับจัดการอาหารที่อยู่บนโต๊ะ ด้วยความหิวในยามเที่ยงกว่าๆแบบนี้

หลังจากที่ทานอาหารเสร็จผมก็นั่งพักผ่อนและเกือบจะหลับในบรรยากาศแบบนี้ ผมนั่งพักที่นี่อยู่ครู่ใหญ่ๆ ผมมองดูนาฬิกา ถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องเดินทางกลับ เพราะภารกิจบนฝั่งกำลังรอผมอยู่...

เส้นทางกลับระหว่างนั่งเรือ ผมคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ทะเลที่นี่ ทะเลศรีบอยาแห่งนี้ มีแต่ความสงบ ความสวยงามสำหรับทะเลที่นี่ของผม มันไม่ได้สวยงามกับหาดทรายสวยๆ น้ำทะเลใสๆ แต่มันสวยงามสำหรับการพักผ่อนริมชายทะเลท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ ไม่มีสิ่งใดรบกวนนอกจากเสียงคลื่นและเสียงของสายลมที่พัดผ่าน และศรีบอยาแห่งนี้เองทำให้ผมเว้นห่างจากโลกของ Social Network ที่ตัวผมเองไม่ต้องก้มหน้าก้มตา ค้นหาบางสิ่งบางอย่างจาก โลก Cyber

ศรีบอยาสุดขอบฟ้าพาโนรามา
 

ขอขอบคุณ ข้อมูลประวัติเกาะศรีบอยาจากองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะศรีบอยา : www.kohsriboya.go.th

ขอขอบคุณ จ๊ะร้านขายของชำที่แหลมกรวดที่ให้ผมจอดรถไว้หน้าร้าน

ขอขอบคุณ ครูเอียด ครูผู้ใจดีที่ช่วยเหลือผมสำหรับการเช่ารถมอเตอร์ไซค์

ขอขอบคุณ จ๊ะหรี่ สำหรับรถมอเตอร์ไซค์เช่า

ขอขอบคุณ บังท้วมกับมิตรภาพดีๆที่ร้านอาหาร

ขอขอบคุณ เกาะศรีบอยา และชาวบ้านที่นั่นทุกๆท่าน สำหรับการเดินทางของผมครับ

ขอบคุณครับ

 

มีนาคม ๒๕๕๕

ป. ปฏิมินทร์... เรื่องและภาพ

 
 

 

การเดินทางไปยังเกาะศรีบอยา

- จากตัวเมืองกระบี่ขับรถไปตามเส้นทางอำเภอเหนือคลอง ถึงแยกที่อำเภอเหนือคลองให้เลี้ยวขวาไปตามป้ายบอกทาง สังเกตป้ายบอกทาง ไปหาดยาว เกาะจำ เกาะศรีบอยา ขึ้นเรือที่ท่าเรือแหลมกรวด ราคาค่าโดยสารไปเกาะศรีบอยาคนละ 20 บาท

- บนเกาะจะมีที่พักบังกะโลสามารถสอบถามข้อมูลจากกัปตันเรือได้ 

กิจกรรมที่น่าสนใจบนเกาะศรีบอยา

- พักผ่อนบนชายหาดในบรรยากาศที่เงียบสงบ
- ชมวิถีชีวิตชาวบ้าน
- ขับรถเที่ยวบนเกาะ

ชมรูปภาพเกาะศรีบอยาเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.krabiall.com/webboard/boardtopic.php?RoomID=7&TopicID=871