www.krabiall.com
 

น้ำตกห้วยโต้ อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา

ตุลาคม 2010 เกือบหนึ่งเดือนเต็มที่กระบี่มีฝนตกชุก เรียกได้ว่า แทบนับวันที่มีแสงแดดส่องเต็มวันได้ไม่กี่วันเลยทีเดียวครับ บรรยากาศแบบนี้ สภาวะอากาศแบบนี้ ทริปถ่ายทอดจังหวัดกระบี่ของผม จะไปไหนดี? คำถามนี้เกิดขึ้นในใจก่อนถึงวันหยุดของผม นั่งเรียบเรียงแต่ละทริปที่ผมเดินทางมา ล่าสุดผมไป ยอดเขาแก้ว ใช่ผมผ่านไปที่หนึ่ง และผมเองก็เกือบลืมสถานที่แห่งนี้ด้วย หรือการเดินทางของผมเร็วเกินไป จนทำให้ผมลืมสถานที่ บางสถานที่ไป? ผมคิดในใจ ผมคงจะต้องเริ่มคิดให้รอบคอบยิ่งขึ้นก่อนออกเดินทาง "การเดินทางแบบหอยทาก" น่าจะเหมาะ ถึงแม้จะช้า แต่ได้ทุกรายละเอียดอย่างแน่นอนครับ

น้ำตกห้วยโต้ ในนามที่ผมรู้จักและเป็นสถานที่ผมผ่านเลยไป (จากที่ผมเคยไปมาในอดีตเมื่อหลายปีก่อน) นั่นคือ ทริปเป้าหมายของผม

เช้าวันใหม่ในวันหยุดของผม 5.30 น. นาฬิกาปลุกดังขึ้น ผมรีบตื่นนอน จัดแจงอาบน้ำเตรียมตัวเพื่อออกเดินทาง สู่น้ำตกห้วยโต้

6.00 น. ผมกับรถคู่ใจ ออกจากบ้าน จนไปถึงสามแยกบ้านตลาดเก่าขับต่อไปอีกระยะทางประมาณเกือบ 1 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางตลาดเก่า - บ้านห้วยโต้ ผมรู้สึกไม่คุ้นตามากนักกับเส้นทางนี้ เพราะดูเหมือน ความเจริญได้ขยายตัว จนอะไรหลายๆ อย่างเปลี่ยนไปเยอะครับ

ตลอดเส้นทางผมขับรถไปเรื่อยๆ ด้วยความเร็วที่ไม่มากนัก ผ่านหมู่บ้านไปหลายหมู่บ้าน ยิ่งขับรถลึกเข้าไป ผมยิ่งสัมผัสได้กับธรรมชาติของสองฟากฝั่งของถนนมากขึ้น บวกกับเสียงนกหลากชนิด ร้องเพลงในตอนเช้า จนทำให้ผมต้องลดกระจกรถลงจนเกือบสุด เพื่อมองฝูงนกและสัมผัสกับเสียงร้องเพลงของนกเหล่านั้น ต้องขอบอกครับว่า บางช่วงผมเองต้องหยุดจอดรถ เพื่อลงไปมองดูนกเหล่านั้น เพราะเป็นนกที่ผมพบเห็นไม่บ่อยนัก เสียดาย ผมไม่ได้ภาพของนกเหล่านั้นเลย

ผมขับรถมาได้สักระยะ ประมาณ 7.30 น. ผมมองเห็นป้ายบอก ที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา ผมงงๆ นิดหน่อย ไม่ใช่น้ำตกห้วยโต้หรอกหรือ? หรือผมมาผิดสถานที่ เพราะนานมากจนแทบจำไม่ได้จริงๆครับ ที่ผมเคยมาที่นี่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมไปจอดรถที่ลานจอดก่อนดีกว่า

ทันทีที่ลงจากรถ ผมรู้สึกสถานที่กว้างเหลือเกิน ผมเดินไปยังป้ายแผนที่ของที่นี่ เพื่อดูเส้นทางก่อน อืมม.. ผมมาถูกทางแล้วล่ะ จุดหมายของผมคือน้ำตกห้วยโต้ และที่นี่เองก็เป็นที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจาครับ

ผมขออธิบาย ที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา ก่อนนะครับ :-

ที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 31,325 ไร่ หรือ 50.12 ตารางกิโลเมตร มีเนื้อที่คลอบคลุมท้องที่อำเภออ่าวลึก อำเภอเขาพนม และอำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ เขาพนมเบญจาเป็นสัญลักษณ์แห่งความงามที่โดดเด่นอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดกระบี่ สภาพป่าอุดมสมบูรณ์ประกอบด้วยเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนมีไอหมอกปกคลุมตลอดทั้งปี มีทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม เช่น ลำธาร น้ำตก ถ้ำต่างๆ และสัตว์ป่านานาชนิด

เนื่องจากป่าเขาพนมเบญจา เป็นป่าดิบชื้น ฝนตกชุกเกือบตลอดปี จึงมีไม้ที่สำคัญหลายชนิด คือ ตะเคียนทอง ยาก ตะแบก หลุมพอ จำปา สะตอป่า มะไฟป่า พืชพื้นล่าง ได้แก่ ปาล์ม หวาย เข็มป่า และไผ่ชนิดต่างๆ สำหรับสัตว์ป่านั้นยังชุกชุมอยู่มาก เพราะมีแหล่งน้ำและอาหารอุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่าที่พบทั่วไป ได้แก่ สมเสร็จ เลียงผา หมูป่า เสือดำ เสือลายเมฆ หมีควาย กระจง ค่าง ชะนี ลิงเสน หมาไน กระรอก ชะมด นางอาย นกกางเขนดง นกเงือก นกคุ้ม ไก่ฟ้า และไก่ป่า

ส่วนน้ำตกห้วยโต้เป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ครับ :-

น้ำตกห้วยโต้เกิดจากเขาพนมเบญจาตกจากหน้าผาสูง มี 11 ชั้น บางชั้นสูงประมาณ 70-80 เมตร มีแอ่งน้ำกว้างใสสะอาดเหมาะสำหรับเล่นน้ำ แอ่งน้ำแต่ละชั้น มีชื่อเรียกต่างกันเช่น วังเทวดา วังชก และวังสามหาบ น้ำตกห้วยโต้อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 350 เมตร

ผมเดินสำรวจบริเวณพื้นที่รอบๆ เพราะผมดูนาฬิกาแล้ว ผมยังมีเวลาอีกเยอะ ตอนนี้ก็ยังเช้าอยู่มากสำหรับที่นี่ เพราะส่วนใหญ่พื้นที่มีต้นไม้ใหญ่ๆ บดบังแสงแดดยามเช้าอยู่ครับ สำหรับที่นี่แล้วตอนนี้ยังคงค่อนข้างมืดอยู่เลยครับ ผมเดินไปจนทั่ว จนมาถึงป้ายบอกทางไปน้ำตก ตอนนี้ผมได้ยินเสียงน้ำไหลแล้วครับ ผมก็เลยเดินตรงไป เดินมาได้สักระยะผมเจอกับป้าย "เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ควนหมาถด Dog Slide Nature Trail"

ผมมองดูแผนที่บนป้ายแล้ว ผมยิ้มกับตัวเอง เข้าใจโดยถ่องแท้ครับ ว่าทำไม ชื่อ ควนหมาถด ผมว่าระยะทางทั้งหมดมองดูแล้ว ใกล้เคียงกับที่ผมขึ้นไปเขาหางนาคเลยครับ อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำครับ !

ผมเดินมาได้สักระยะ โดยที่ไม่รู้สึกเหนื่อยเลยครับ เพราะต้องบอกว่า อากาศยามเช้าดีมากๆ ครับ ตอนนี้เส้นทางเดินไปยังน้ำตก ยังไม่มีแสงแดดเลยครับ ระหว่างเส้นทาง ผมหยุดหายใจแบบเต็มๆปอด คิดในใจ ขอเอาอากาศบริสุทธิ์ แบบนี้เข้าไปให้ร่างกายผมสดชื่นหน่อยนะครับ

ผมเดินทางต่อ ซึ่งผมมองดู ตอนนี้มีเพียงผมเพียงแค่คนเดียว ที่กำลังเดินทางไปน้ำตก มันเงียบได้ใจผมมากครับมีเพียงเสียงของสายน้ำที่เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ จนผมมาถึงน้ำตกครับ

ผมมาถึงเร็วไปหรือเปล่า? ผมถามกับตัวเอง เพราะตอนนี้ยังไม่มีแสงแดดส่องมาเลยครับ มันยังเช้าอยู่มากเลย กับจุดน้ำตกที่ผมมาถึง แต่ไม่เป็นไร ผมขอนั่งพักชมความงดงามของสายน้ำไปก่อน ผมหาที่เหมาะๆ บริเวณโขดหิน ถอดรองเท้า นั่งเอาเท้าแช่ในแอ่งน้ำ ตอนนี้น้ำมันช่างเย็นจับใจจริงๆ ครับ

ผมนั่งชมความงามของน้ำตก ตอนนี้ผมอยู่บนจุดบนสุด เลยทำให้มองเห็นวิว ด้านล่าง มองเห็นผืนป่าผืนใหญ่ ถูกตัดผ่านด้วยสายน้ำ ผมรู้สึกประทับใจกับธรรมชาติ กับความสวยงามที่ได้มอบให้ผมได้สัมผัสในครั้งนี้ครับ

สายลม พัดพา ละอองน้ำตก สัมผัสกับผิวหนังของผม ซึ่งตอนนี้มีเพียงผมคนเดียว ผมรู้สึกได้ถึงความจรรโลงใจ ที่เกิดขึ้นกับผม ณ ตอนนี้ ทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างยิ่งครับ

ผมมองดูท้องฟ้า ฝนจะตกหรือเปล่านะ? ทำไมวันนี้ไม่มีแสงแดดเลยนะ? และท้องฟ้าก็ดูมืดครึ้มจัง คิดในใจผมคงได้เพียงแค่ชมความงามเพียงคนเดียวแน่เลย ผมคงจะไม่ได้ภาพกลับไปแน่เลย เสียดายจัง

ผมคงต้องกลับแล้วครับ ผมบอกผ่านเสียงของสายน้ำ และผมก็เดินลงมาจากน้ำตกชั้นบน

ตอนนี้ผมมองเห็น คน 2-3 คนอยู่ด้านล่างแล้ว แต่ดูเหมือนไม่ใช่นักท่องเที่ยว ผมเห็นเขากำลังกวาดใบไม้ที่กั้นระหว่างทางน้ำอยู่ น่าจะเป็นเจ้าหน้าที่อุทยาน

ผมเดินลงมาจนถึงน้ำตกชั้นล่างและผมมองย้อนหลังกลับไป แสงแดดกำลังส่องมาแล้ว ผมพูดตัวเอง ขอบคุณครับ

แสงแดดยามเช้า สาดส่องผ่านต้นไม้ ใบไม้ กระทบกับสายน้ำ และก้อนหิน เป็นแสงทองของวันใหม่ เติมแต่งให้ที่นี่ดูสดชื่นสมบูรณ์แบบครับ

ณ ตอนนี้ความสวยงามที่อยู่ตรงหน้าผม แบบก้าวต่อก้าวครับ เพราะ เมื่อผมหันหลังเดินทางกลับ และหันมาถ่ายภาพ แต่ะละก้าว แต่ละฉาก ช่างสวยงามมากครับ ลองชมภาพกันดูนะครับ

อีกครั้งที่ผมได้สัมผัสกับธรรมชาติแบบเต็มๆ สำหรับทริปสั้นๆ ณ พื้นที่แห่งนี้ ยอมรับครับว่า ทุกอย่างธรรมชาติได้สร้างสรรค์ทุกสรรพสิ่งไว้ได้อย่างลงตัว และสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมคิดขึ้นมาเมื่อผมเจอกับต้นไม้ที่สูงต้นนี้ หากเราปลูกต้นไม้ต้นหนึ่งเพื่อมาทนแทนต้นนี้ แล้วไม่รู้กี่ปีนะกว่าจะสูงได้ขนาดนี้??? นั่นหมายถึง เราคงทดแทนเพียงอย่างเดียวไม่ได้ หากแต่เราต้องคงไว้ซึ่ง "อนุรักษ์เพื่อให้คงอยู่ สืบไป"

ประเทศไทยหลายจังหวัดประสบกับอุทกภัย นับวันภัยจากธรรมชาติยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น ! เราทุกคนต้องหันมาใส่ใจกับทุกสิ่งที่เรากระทำ ที่ส่งผลต่อภาวะโลกร้อนกันมากขึ้นพร้อมกับต้องคอยอนุรักษ์สิ่งที่เรามีอยู่ไม่ให้ถูกทำลายพร้อมกันไปด้วย ทุกอย่างถึงจะมีความสมดุล !

ขอแสดงความเสียใจและขอร่วมเป็นกำลังใจให้กับทุกๆท่าน ทุกๆจังหวัด ที่ประสบกับอุทกภัย

ขอขอบคุณ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา ที่คอยดูแลรักษา ทุกอย่างๆ ในพื้นที่แห่งนี้

ขอขอบคุณ น้ำตกห้วยโต้และอุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา กับความสวยงามที่มอบให้สำหรับทริปนี้ของผม

ขอขอบคุณ ทุกสรรพสิ่งในพื้นที่แห่งนี้ครับ

06-11-2010

ป. ปฏิมินทร์... เรื่องและภาพ