www.krabiall.com
 

สำรวจถ้ำพิพิธภัณฑ์มนุษย์โบราณเขาขนาบน้ำ จังหวัดกระบี่

เส้นทางสู่เขาขนาบน้ำ

07.00 น. ร้านข้าวหมกไก่ บ้านไสไทย อำเภอเมือง กระบี่ คือ จุดนัดหมายของผมและทีมงาน, วันนี้พิเศษกว่าวันไหนๆที่ผมและทีมงานเข้าไปในร้าน แล้วเจอกับ ท่าน ส.ส จังหวัดกระบี่ นั่งรับประทานอาหารเช้าอยู่ด้วยครับ.

หลังจากทานมื้อเช้าเรียบร้อยแล้ว ผมและทีมงานก็ออกเดินทางสู่ ท่าเทียบเรือพิเศษ Krabi River Marina สวนสาธารณะธารา เพื่อเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์มนุษย์โบราณเขาขนาบน้ำ

และเมื่อมาถึงท่าเรือผมก็ไปสอบถามกับคนขับเรือหางยาว เรื่องค่าใช้จ่ายและการเดินทางไปยังจุดหมายของเรา สรุปได้ดังนี้

เหมาเรือ 1 ลำเพื่อไปยังจุดหมาย คิดค่าบริการ 400 บาทต่อชั่วโมง (เรื่องเวลาคุยกันได้ คนขับเรือบอกกับผม).

ผมหันไปพยักหน้ากับทีมงาน เพื่อให้สัญญาณ ขึ้นเรือหางยาว เพื่อออกเดินทางสู่จุดหมายปลายทาง.

เส้นทางสู่พิพิธภัณฑ์

ผมและทีมงานนั่งอยู่บนเรือประมาณ 15 นาที ระหว่างนั่งเรือพวกเราก็ได้ชมกับความอุดมสมบูรณ์ป่าชายเลนตลอดสองฝั่งแม่น้ำกระบี่ จนมาถึงจุดจอดเรือ เพื่อขึ้นฝั่งสู่พิพิธภัณฑ์

บันไดสู่พิพิธภัณฑ์

ระหว่างเส้นทางเดิน เราก็ได้ชมกับความงดงามของหินผา ซึ่งดูแปลกตา จนกระทั่งเรามาเจอกับบันได ที่ได้ถูกสร้างไว้เข้าไปบนถ้ำ ทำให้เรามั่นใจว่า จุดนี้คือ บันไดสู่พิพิธภัณฑ์เป็นแน่ พวกเราก็จัดแจงเดินขึ้นไปตามบันได

ผนังถ้ำด้านบน

ขึ้นบันไดมาได้ระยะหนึ่ง ผมเงยหน้ามองไปด้านบนถ้ำ แลเห็นผนังถ้ำรูปทรงแปลกตา ช่างเป็นภาพที่สวยงามมากครับ

เส้นทางสู่ภายในถ้ำด้านบน

ผมเพลิดเพลินกับการชมผนังถ้ำตลอดระหว่างทางเดินบนบันได และเดินขึ้นต่อไปเรื่อยๆ จนมาถึงด้านบนของถ้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่เราไม่ต้องเดินตามบันไดอีกต่อไป เพราะ ณ ตอนนี้ เป้าหมายของเราได้อยู่ตรงหน้าพวกเราแล้วครับ

หินงอกหินย้อยภายในถ้ำ
 
รูปทรงหินภายในถ้ำ
 
ประติมากรรมธรรมชาติรูปทรงหินภายในถ้ำ
 
แสงแดดภายนอกสู่ภายในถ้ำ
 
มุมมองสู่ภายนอกถ้ำ
 
ด้านบนภายนอกของถ้ำ

ภายในถ้ำผมได้มองเห็น หินงอกหินย้อย และประติมากรรมธรรมชาติรูปทรงหิน แปลกตามากมาย, บางจุด ของพื้นที่ภายในถ้ำก็มีน้ำหยดลงมาจากผนังถ้ำด้านบนผ่านแสงแดดที่ลอดผ่านช่องของถ้ำ หยดน้ำกระทบกับพื้นผิวหินด้านล่าง ธรรมชาติได้จัดสรรสรรพสิ่งไว้ได้อย่างลงตัวจริงๆครับ

มุมจำลองชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์โบราณ

หลังจากที่พวกเราสำรวจถ้ำ ชมความสวยงามโดยรอบแล้ว ภายในถ้ำยังมี มุมจำลองต่างๆ อยู่หลายจุด ซึ่งได้ถูกจัดสรรไว้เป็นโซน และได้มีคำอธิบายไว้ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งผมได้หยิบยกมากล่าวไว้เพียงแค่บางโซนดังต่อไปนี้ครับ :-

โซน : มุมจำลองชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์โบราณ

 
มุมจำลองภาพเขียนผนังถ้ำ

โซน : มุมจำลองภาพเขียนผนังถ้ำต่างๆ

 
มุมจำลองโครงกระดูกมนุษย์โบราณ

โซน : มุมจำลองโครงกระดูกมนุษย์โบราณ

มุมจำลองแหล่งพักพิงของทหารญี่ปุ่น

โซน : มุมจำลองแหล่งพักพิงของทหารญี่ปุ่น

โซนนี้เป็นโซนที่น่าสนใจมากครับสำหรับผม เพราะจากที่ผมอ่านเรื่องราวและจากที่ผมสังเกตส่วนต่างๆ ภายในถ้ำก่อนหน้านี้ ใช่ครับพื้นที่แห่งนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์และจุดพักพิงที่ดีจริงๆ ซึ่งมีเรื่องราวดังต่อไปนี้ครับ :-

- ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ประมาณปี พ.ศ. 2484-2488 ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกในประเทศไทยที่ตัวเมืองกระบี่ ขบวนเรือลำเลียง รถทหารสำหรับบรรทุกอาวุธยุทโธปกรณ์ เสบียงอาหารและกำลังพลทหารญี่ปุ่น มาจอดเรียงรายริมแม่น้ำหน้าเมืองกระบี่ ตลอดแนวไปจนถึงเขาขนาบน้ำและขึ้นมาตั้งค่ายหลายแห่ง รวมทั้งบ้านท่าแดงด้วย ในช่วงนั้นทหารญี่ปุ่นได้เข้ามาใช้สอยพื้นที่เขาขนาบน้ำเป็นจุดตรวจตราเรือชาวบ้านที่เดินทางผ่านไปมา และนั่งผูกทางมะพร้าวเพื่อเตรียมไว้เป็นอุปกรณ์สำหรับเผาบ้านเผาเมือง หากมีการสู้รบหรือได้รับคำสั่งจากเบื้องบน แม้บริเวณแม่น้ำแถบนี้จะมีจรเข้อยู่บ้าง แต่ก็มี กุ้ง หอย ปู ปลา ชุกชุม ยามว่างทหารญี่ปุ่นจึงมักว่ายน้ำเล่น ตกปลา หาหอย หาปูและย่างปลา ตลอดจนหุงหาอาหารอยู่เสมอภายในถ้ำจึงมีเพิงพักของทหารญี่ปุ่นอยู่ด้วย.

วิถีชาวบ้าน

1 ชั่วโมงผ่านไปโดยประมาณ ผมและพวกเราเห็นพ้องต้องกันว่า น่าจะถึงเวลาที่ทางเราได้ตกลงไว้กับคนขับเรือแล้ว เราจึงเริ่มเดินออกจากถ้ำเพื่อไปยังจุดจอดเรือ และเราก็ขึ้นเรือเพื่อเดินทางกลับ ผมเริ่มสังเกตุเห็นว่า ตอนนี้เริ่มมีฝนปรอยๆ ลงมาบ้างแล้วครับ ผมเลยถามกับพวกเราว่า ไปต่อที่กระชังปลา บ้านเกาะกลางไหม?

(จากทริปก่อนหน้าที่ผมเดินทางไปคลองประสงค์) สรุปกันได้ คือ ตกลง เดินทางต่อ เพื่อไปยังกระชังปลา, ผมก็ได้บอกกับคนขับเรือ หรือ บังเลาะ ว่าแวะไปที่กระชังปลาบ้านเกาะกลางก่อน, ด้วยความช่ำชองของการเดินเรือในแถบนั้น บังเลาะพยักหน้ากับผม เป็นอันว่าเข้าใจกัน, ระหว่างเดินทาง นั่งเรือไปกระชังปลา เราได้เห็นวิถีชาวบ้านดำรงชีวิต หาเลี้ยงชีพ จากความอุดมสมบูรณ์ของทะเลและผืนป่าชายเลนบริเวณนั้น ช่างเป็นภาพที่สวยงามมากครับ

ปลาปักเป้าชนิดต่างๆ

ขึ้นฝั่งบ้านเกาะกลาง ณ กระชังปลา ขนาบน้ำซีฟู๊ด พวกเราเห็นกระชังปลาอยู่รายเรียง พร้อมกับเจ้าของกระชังปลา "ก๊ะน๊ะ" เป็นชื่อเรียกที่ผมเรียก เจ้าของกระชังปลาและร้านอาหารเขาขนาบน้ำซีฟู๊ด ซึ่งร้านอาหารจะเปิดให้บริการอีกภายในเดือนสองเดือนข้างหน้า (ขอบอกครับว่า บรรยากาศใช้ได้ทีเดียวเลยครับ)

สวัสดีค่ะ : หน้าคุ้นๆนะ เคยเจอกันหรือเปล่า? ก๊ะน๊ะ กล่าวกับผม

ผมยิ้มและตอบกลับไปว่า ผมเคยเดินทางมาท่องเที่ยวที่คลองประสงค์ครับ (ผมนึกในใจแทบไม่น่าเชื่อว่า เพียงแค่ผมเดินทางมาท่องเที่ยวเพียงแค่ครั้งเดียวและไม่เคยมาที่กระชังแห่งนี้ ก๊ะน๊ะยังจำผมได้ น่ายินดีจริงๆครับ)

พวกเราเดินดูปลาต่างๆในกระชัง ก๊ะน๊ะ ก็ไปหยิบอาหารปลามา และให้อาหาร เพื่อให้พวกเราได้ชมปลากันอย่างชัดเจนขึ้น ซึ่ง ก๊ะน๊ะบอกกับพวกเราว่า มาที่นี่ สามารถชมปลาต่างๆที่เลี้ยงในกระชังได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หากต้องการจะซื้อปลาก็สามารถทำได้ครับ

หลังจากที่ชมปลาจากการให้อาหารเสร็จ ก๊ะน๊ะ ก็พาพวกเรามาดูปลาปักเป้า ในกระชังครับ ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด และก๊ะน๊ะเอง ก็จับปลาปักเป้าแต่ละชนิดขึ้นมาพร้อมกับอธิบายว่าเป็นชนิดอะไร? (แต่พวกผมจำกันไม่ได้หรอกครับเพราะมัวแต่ชมกับความน่ารักของมันครับ) และแสดง ทำให้ปลาปักเป้า พองตัว ให้กับพวกเราได้ชมกันครับ

 
 
ชีวิตยังคงอยู่

บางชนิดเมื่อปล่อยกลับไปในน้ำ ต้องรอประมาณ 10 นาทีครับ กว่าจะกลับคืนสู่สภาพเดิม น่าอัศจรรรย์จริงๆครับ เพราะถ้าเราดูช่างเหมือนกับเป็นปลาที่ตายแล้วจริงๆ ครับ.

ทริปสั้นๆสำหรับวันนี้ของพวกเรา ตลอดเส้นทางจากจุดแรกเริ่ม จนมาถึงจุดสุดท้ายที่ต้องแยกย้ายกันกลับบ้าน ภาพที่ผ่านมาทั้งหมดในสมองของผม แทบไม่น่าเชื่อว่า กระบี่ที่ผมอาศัยอยู่ มีอะไรมากมายกว่าที่ผมคิดไว้เยอะ คำจำกัดความ ที่ว่า "เที่ยวเมืองไทย ไม่ไปไม่รู้" มันคือความจริงสำหรับผมครับ

ขอขอบคุณ : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ คุณ สาคร เกี่ยวข้อง, สำหรับมื้อเช้าของพวกเรา

ขอขอบคุณ : บังเลาะ คนขับเรือ, มิตรภาพที่ไม่เกี่ยงเรื่องชั่วโมงเดินทางกับการเดินทางครั้งนี้ของพวกเรา

ขอขอบคุณ : ก๊ะน๊ะ เขาขนาบน้ำซีฟู๊ดและกระชังปลา สำหรับการแสดงและเอื้อเฟื้อทุกอย่างในการชมปลาของพวกเรา

ขอขอบคุณ : ทีมงานกระบี่ออลทุกท่านครับ

19-09-2010

ป. ปฏิมินทร์... เรื่องและภาพ