www.krabiall.com
 

เยี่ยมชมขุนเขาสวนทุเรียน ที่อ่าวน้ำเมา

สะพานสู่ท่าเทียบเรืออ่าวน้ำเมา

หากใครได้เดินทางมาเยือนจังหวัดกระบี่และได้เดินทางไปยังสุสานหอย 75 ล้านปี ก่อนถึงสุสานหอย ประมาณ 1.5 กิโลเมตร ท่านจะพบกับหมู่บ้าน ชื่อว่า "หมู่บ้านอ่าวน้ำเมา" ซึ่งตั้งอยู่ หมู่ที่ 5 ตำบลไสไทย อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ และหมู่บ้านแห่งนี้เอง ที่เป็นประตูสู่ แหล่งท่องเที่ยวอีกมากมายอีกฟากฝั่งหนึ่ง เช่น อ่าวไร่เลย์ เกาะปอดะ เกาะพีพี เป็นต้น ประตูแห่งนี้คือ "สะพานท่าเทียบเรืออ่าวน้ำเมา"

สะพานท่าเทียบเรือแห่งนี้ เป็นสะพานที่ทอดยาวไปในทะเลและมีความยาวประมาณ 300 เมตร ความกว้างประมาณ 3 เมตร อยู่ท่ามกลางธรรมชาติป่าชายเลนอันสวยงาม

 

ภาพถ่ายวิวบนสะพานท่าเทียบเรือ

ป่าชายเลนสองฟากฝั่งสะพาน

ชาวบ้านกำลังหาปลา

จากสภาพพื้นที่แถบชายทะเลในปัจจุบัน ที่มีความเจริญก้าวหน้าเข้ามาสู่ชุมชนชาวบ้าน. ภาพที่ผมเห็นที่นี่ คือ ยังมีชาวบ้านหาปลาแบบดั้งเดิม ไม่ได้เปลี่ยนวิถีชีวิตไปจากเดิม ยังคงสภาพเหมือนที่ผมเคยเห็นเมื่อหลายปีก่อน

นกยางทะเล Pacific Reef-Egret

นกยางทะเล เป็นนกประจำถิ่นพบเห็นได้ตามแนวชายฝั่งทะเลหรือตามเกาะแก่งต่างๆ (แต่ปัจจุบันก็ไม่สามารถพบเห็นได้ง่ายนัก) ผมถ่ายภาพได้ตอนอยู่บนสะพานท่าเทียบเรือแห่งนี้

ขุนเขาอ่าวน้ำเมา

ผมได้ชมสภาพธรรมชาติและถ่ายภาพอยู่บนสะพานแห่งนี้ระยะนึง ผมก็ได้เดินทางมายังอีกเส้นทางนึงของอ่าวน้ำเมา เพื่อไปยังจุดหมายปลายทางของผม นั่นคือ "ขุนเขาสวนทุเรียนอ่าวน้ำเมา"

ต้องขอบอกก่อนครับว่า เส้นทางเส้นนี้ จะเป็นสวนทุเรียนของชาวบ้าน บ้านอ่าวน้ำเมาครับ ซึ่งเป็นสวนทุเรียนที่อยู่ในห้วงหุบเขาเลยก็ว่าได้ครับ

เฟิร์นบนกิ่งทุเรียน

ระหว่างเส้นทางผมมองเห็นเฟิร์น ที่ปกคลุมเกือบทั้งต้นทุเรียน (จากภาพผมจะเรียกว่า เฟิร์น เพราะผมไม่ทราบถึงชื่อที่แท้จริง)

ภูเขาสูงชัน

ตลอดเส้นทางผมจะมองเห็นแนวขุนเขา ซึ่งจะมีรูปลักษณ์ แตกต่างกันไป พร้อมด้วยต้นไม้ใหญ่หลากชนิด

รังผึ้งแห่งขุนเขา

เขาบางลูกก็จะมีผึ้งทำรังอยู่มากมาย

ชั้นขุนเขา

เดินทางมาได้ระยะนึงซึ่งผมเพลินกับพื้นที่และธรรมชาติแห่งนี้มาก ก็พบว่าผมมาถึงกับจุดสุดท้ายซึ่งเจอกับเขาลูกสุดท้ายที่มีหน้าตาแปลก

และมีความสวยงามมากสำหรับผม จากจุดสุดท้ายนี่เองทำให้ผมได้เก็บภาพถ่ายเยอะกว่าจุดอื่นๆ

หินงอก หินย้อย แห่งขุนเขา

สายน้ำไหล จากขุนเขา

จากจุดสุดท้ายผมเจอกับสายน้ำที่ไหลมาจากภูเขา เป็นสายน้ำที่ใสและเย็นมากๆ ครับ

มอส ปกคลุมหิน

จากสภาพพื้นที่ ที่ผมสัมผัสได้ถึงความชื้นทึ่ค่อนข้างสูง เพราะเหมือนมีหยดน้ำ หยดลงมาจากเขาด้านบนตลอด ทำให้บริเวณผิวหิน จะปกคลุมไปด้วยพืชชนิดเล็กๆ มากมายต่างสายพันธุ์

อีกฟากฝั่ง

จากเแนวเขาลูกสุดท้าย ผมมาเจอกับทางตันซึ่งเป็นสวนทุเรียน สวนสุดท้ายซึ่งไม่สามารถไปต่อได้อีก แต่ผมมองขึ้นไปด้านบน ผมเห็นแสงสว่างเหมือนมีอีกฝั่งนึงที่เป็นอ่าวอะไรซักอย่าง? หรืออาจจะเป็นอ่าวต้นน้ำที่ไหลผ่านช่องเขามายังฝั่งนี้

ผมได้พยายามปีนขึ้นมาช่วงหนึ่งแต่เนื่องด้วยสภาพการเตรียมความพร้อมของผมไม่เพียงพอที่จะปีนเพื่อไปถ่ายภาพมา ผมเลยต้องถอยกลับมาก่อน คิดในใจไว้โอกาสหน้าจะกลับมาอีกครั้ง!. และเมื่อผมกลับมาถึงบ้านได้สอบถามพ่อของผมว่า ถ้าเกิดข้ามผ่านไปจะเจอกับอะไร? พ่อเล่าให้ผมฟังว่า ถ้าข้ามผ่านไปจะเป็นอ่าว โอบล้อมด้วยหุบเขา และจะมีช่องเล็กๆ ช่องนึงขนาดพอดีเท่ากับตัวคน ถ้าลอดข้ามไปได้อีกฝั่ง ซึ่งเป็นพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ และมีแอ่งน้ำ เพราะพ่อเคยข้ามไปมาแล้วเมื่อหลายสิบปีก่อน. ผมฟังแล้วสนใจเป็นอย่างยิ่ง แต่จากการฟังไม่มีความกล้าพอที่จะข้ามไป เพราะพ่อย้ำว่า ช่องเขาขนาดพอดีตัวแค่นั้นเอง !

จากเส้นทางเริ่มต้นสู่ถึงจุดสุดท้าย ผมยอมรับว่า พื้นที่แห่งนี้เป็นอีกพื้นที่นึงเปรียบเสมือนเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ดีเยี่ยมของผม เพราะมีพืชพันธุ์ธรรมชาติให้ผมได้เก็บภาพถ่ายได้มากมาย แต่ถ้าจะให้ดีคงต้องมาช่วงเดือนที่ทุเรียนสุก เพราะจะได้อิ่มกับทุเรียนไปด้วยพร้อมๆกันครับ

15-08-2010

ป. ปฏิมินทร์... เรื่องและภาพ