www.krabiall.com
 


3.7 กม. ทริป
พิชิตเขาหางนาค

ป้ายบอกระยะทางจากจุดเริ่มต้น

แรงผลักดัน

จากพื้นที่ชายหาดริมทะเลสู่ยอดเขาสูง ประมาณ 500 เมตร จากระดับน้ำทะเล ที่ผมเคยได้ยินผู้คนพูดถึงและกล่าวขานกันมา ที่เรียกว่า เขาหางนาค หรือ เขาหงอนนาค

ก่อนหน้านี้เป็นเพียงแค่ชื่อสำหรับตัวผม ไม่เคยคาดคิดว่าตัวผมเองจะได้มีโอกาสได้พิชิตยอดเขามหัศจรรย์และน่าทึ่งแห่งนี้

ด้วยแรงกระตุ้นและแรงผลักดันที่ต้องหาข้อมูลท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่เพื่อมาจัดทำเว็บไซต์ และเสริมสร้างความรู้ประสบการณ์ท่องเที่ยวให้กับตัวผมเอง

3.7 ก.ม ทริป พิชิตเขาหงอนนาค ก่อตัวขึ้นเป็น ทริปๆ แรกและเป็นทริปที่ท้าทายสำหรับตัวผมและทีมงานทุกคน ติดตามประสบการณ์ทริปนี้ของผมและทีมงานกระบี่ออลได้ ดังบทความต่อไปนี้ครับ

แผนที่เส้นทางศึกษาธรรมชาติ - เขาหางนาค

ทำความรู้จัก

ผมขอแนะนำทำความรู้จักกับ เขาหางนาค หรือ เขาหงอนนาค กันก่อนนะครับ

เขาหางนาค ตั้งอยู่ ม.3 ต.หนองทะเล อ.เมือง จ.กระบี่ เป็นเส้นทางศึกษา ธรรมชาติ และการผจญภัย ในป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายทางชีวภาพ
ตลอดเส้นทางที่เดินขึ้น ไปเพื่อสู่จุดชมวิวบนยอดเขา ที่มีระยะทางประมาณ 3.7 กิโลเมตรนั้น จะมีสถานีฐานต่างๆ ที่ให้ความรู้ เกี่ยวกับธรรมชาติในผืนป่าแห่งนี้

 

เตรียมความพร้อม และ สิ่งต้องห้าม

เนื่องจากเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติและการผจญภัย ในป่าอุดมสมบูรณ์ เราต้องเตรียมความพร้อมและเข้าใจในหลักปฏิบัติในการท่องเที่ยวเชิงนิเวศกันก่อนนะครับ

- ความพร้อมทางด้านร่างกายและจิตใจ เพราะเป็นระยะทางที่ค่อนข้างไกล (3.7 กิโลเมตร ไม่รวม ขากลับนะครับ)
- ความพร้อมทางด้านภูมิอากาศ ผมขอแนะนำให้ศึกษาก่อนออกทริปนะครับ เพราะถ้าช่วงฤดูฝน คุณต้องเตรียมเสื้อกันฝนด้วยครับ (แนะนำควรหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงหน้าฝน เพราะการเดินทางขึ้นลงจะค่อนข้างลำบากกว่า ค่อนข้างลื่นครับ)
และอีกอย่าง ถ้าคิดว่าไปแล้วกลับเลย ควรออกเดินทางตั้งแต่ตอนเช้า เพราะอากาศยังไม่ร้อนและจะได้มีเวลาศึกษาธรรมชาติค่อนข้างนาน และที่สำคัญยิ่งกว่า ขากลับจะได้ไม่มืดครับ
- เสื้อผ้า, กระเป๋า, รองเท้า อุปกรณ์ประจำตัวควรเป็นอุปกรณ์สำหรับเดินป่าและคล่องกับตัวเองนะครับ ตัวอย่างเช่น รองเท้า เส้นทางบางช่วงค่อนข้างลาดชันครับ
- ยากันยุง บางช่วงสำหรับทริปนี้เป็นป่าทึบ จะมียุงค่อนข้างเยอะ ยากันยุงจะช่วยได้ครับ
- สิ่งที่ขาดไม่ได้อีกอย่าง คือ น้ำ สำหรับทริปนี้ค่อนข้างใช้เวลาหลายชั่วโมงดังนั้นเราจะเสียเหงื่อมาก น้ำจะทำให้เราสดชื่นขึ้นครับ
สำหรับบางท่านอาจจะนำอาหารหรือขนมไปด้วยก็ไม่ว่ากันนะครับ แต่เมื่อรับประทานเสร็จแล้วบรรจุภัณฑ์ให้ถือกลับมาด้วยนะครับ

อาจจะมีอย่างอื่นเพิ่มเติมซึ่งขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การเดินทางนะครับ

พูดถึงการเตรียมพร้อมไปแล้ว ทีนี้เรามาดูข้อห้ามกันนะครับ (ต้องขอร้องและอ้อนวอนว่า ให้ปฏิบัติอย่างจริงจังนะครับ เพื่ออนุรักษ์ผืนป่าแห่งนี้ไว้สืบไปครับ)

- ห้ามทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เป็นอันตรายต่อพันธุ์พืชและสัตว์ในพื้นที่
- ห้ามยิงปืน จุดประทัดและดอกไม้เพลิง หรือก่อกองไฟ
- ไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่นและสัตว์ป่า
- ไม่ทิ้งขยะมูลฝอยไว้บนจุดชมวิว และระหว่างทางเดิน
- ไม่ขีดเขียน หรือปิดป้ายประกาศ ลงบนต้นไม้หรือโขดหิน
- ไม่ควรที่จะเดินทางออกนอกเส้นทาง ที่มีกำหนดในแผนที่ เพราะอาจเกิด การพลัดหลงป่าได้
เอาเป็นว่า ห้ามกระทำการใดๆ ก็แล้วแต่ที่ก่อให้เกิดความเสียหายและส่งผลต่อธรรมชาตินะครับ

 

ลำธารบริเวณริมเส้นทางเดิน

ต้องขอบอกไว้ก่อนครับว่า ทริปนี้ของเรา เป็นช่วงที่มีฝนตก แต่ไม่ถือกับตกชุกมากครับ เป็นทริปใน เดือนกรกฎาคม ครับ

จากจุดเริ่มต้นมองไปทางซ้ายมือก็จะเห็นเป็นลำธาร น้ำไหลมาจากข้างบน ระหว่างเส้นทางเดินจะได้ยินเสียงน้ำไปด้วยครับ (แค่ช่วงแรกครับ)

เส้นทางสู่ยอดเขาหางนาค

 

เส้นทางจากจุดเริ่มต้น

เส้นทางจากจุดเริ่มต้น จะเป็นเส้นทางขนาดรถยนต์วิ่งได้ จากจุดแรกเริ่มนี้ผมคิดในใจคงไม่น่าจะเท่าไหร่??? หันมองไปยิ้มและถามกับทีมงานของเราว่า แบบนี้สบายมากใช่ไหม?

 

โคลงเคลงยวน - Melastoma saigonense (Kuntze) Merr.

เดินมาได้ระยะหนึ่ง จะเห็นดอก โคลงเคลงยวน (ผมขอเรียกชื่อตาม วิทยาศาสตร์ นะครับ เพราะแต่ละพื้นที่จะเรียกชื่อแตกต่างกันไป) ตามด้านข้างเส้นทางเดิน และจะพบได้ทั่วไปตลอดเส้นทางเดินครับ

 

เส้นทางเดินเริ่มเล็กลง

เราเดินไปเรื่อยๆ ถ่ายภาพ ไปด้วย และเริ่มสังเกตเห็นว่า เส้นทางเส้นใหญ่ที่เห็นตอนจุดเริ่มต้น เริ่มเป็นเส้นทางที่มีขนาดเล็กลงโอบล้อมด้วยต้นไม้มานาพรรณเพิ่มมากขึ้น

 

ทุ้งฟ้า - Alstonia macrohpylla Wall

เดินมาได้ระยะหนึ่ง เราก็เจอกับต้นไม้ประจำจังหวัดกระบี่ของเรา คือ ต้น ทุ้งฟ้า - Alstonia macrohpylla Wall และตลอดระยะเส้นทางเดินจะเจอต้นไม้น้อย, ใหญ่จำนวนมาก ขนาดหลายคนโอบก็มี เช่น เคียนราก, ยางนา, จิกนม, กฤษณา, หมากพน, พะวา, ยางควน, พญาไม้, นากบุด, สอม, เทพธาโร, และอีกต้นที่ชื่อ สั่งทำ ทำให้เราแปลกใจในชื่อต้นไม้ชนิดนี้มาก

 

เส้นทางเดินเริ่มลำบากขึ้น

เส้นทางเดินบางช่วงจะเป็นป่าโปร่ง พรรณไม้แตกต่างกันไป เส้นทางแคบลงและลำบากขึ้นเห็นได้ถนัดตา

 

เถาวัลย์และต้นไม้

เถาวัลย์และต้นไม้ ประสานกัน ระหว่างเส้นทางเดิน เหมือนธรรมชาติจงใจเสริมเติมเป็นซุ้ม ให้เราต้องลอดผ่านพ้นไป

 

ป้ายบอกเส้นทางเดินและสถานีฐาน

ระหว่างเส้นทางเดินจะมีป้านบอกเส้นทางและสถานีฐานที่อธิบาย และให้ความรู้ เกี่ยวกับธรรมชาติในผืนป่าแห่งนี้

 

ดอกไม้ป่า

ทริปนี้กับเส้นทางขาเดินขึ้น เราคิดว่า ไม่ทำให้เราเหน็ดเหนื่อยเท่าไหร่ เพราะมัวเพลินกับการถ่ายภาพ ชื่นชม กับธรรมชาติ เจอดอกไม้ป่า หลายสายพันธ์ ดังเช่น ภาพที่ถ่ายมาได้ เราสันนิษฐาน ว่าน่าจะเป็นต้นไม้ตระกูล เข็ม

 

หอยทาก

จากภาพ หอยทาก (ก็สันนิษฐาน อีกครับ) ต่างจากที่เราเจอแถวๆ บ้านครับ เพราะตัวมันค่อนข้างจะตัวใหญ่ครับ

 

สู่เส้นทางลาดชัน

หลังจากที่เราแวะพักดื่มน้ำและถ่ายภาพธรรมชาติ เราก็เริ่มเดินทางต่อ ปรากฏว่า มาเจอเส้นทางที่ค่อนข้างลาดชันและมีก้อนหินเล็กบ้างใหญ่บ้างบริเวณเส้นทางเดินครับ

 

เฟิร์นบริเวณก้อนหิน

ด้วยพื้นที่ ค่อนข้างชื้น บริเวณก้อนหินใหญ่ ทำให้มีพรรณไม้ประเภทเฟิร์นและบิโกเนีย อาศัยอยู่ร่วมกัน (บิโกเนีย ไม่แน่ใจว่าจะถูกต้องหรือเปล่านะครับ)

 

ดงผีเสื้อ

เราเดินทางมาได้อีกระยะหนึ่ง ผมเริ่มสังเกตเห็นผีเสื้อบินบริเวณเส้นทางที่ผมเดิน เริ่ม จากตัว สองตัว สามตัว และเป็นสิบ ยี่สิบ ตัว จนผมเริ่มนับไม่หมด ซึ่งทำให้อดใจที่จะถ่ายภาพมาเก็บไว้ไม่ได้ที่เห็นผีเสื้อเยอะขนาดนี้ในพื้นที่ป่าแบบนี้ แต่ต้องขอบอกไว้ก่อนครับว่า ผีเสื้อที่นี่ ค่อนข้างเร็วต่อกลิ่นสัมผัสและเสียง เพราะเพียงแค่ผมขยับเท้า จะถ่ายเป็นฝูง เหล่าผีเสื้อก็โบยบินตลอด และที่สำคัญ สีของผีเสื่อค่อนข้างกลมกลืนกับธรรมชาติครับ

 

จุดชมวิวจุดแรก

เราเดินผ่านพื้นที่ป่าค่อนข้างหนาทึบมา จุดแรกที่เราได้เจอกับจุดพักชมวิวสำหรับพวกเรา ที่ไม่มีต้นไม้ใหญ่บดบังสายลม ซึ่งเป็น ดงเฟิร์น และเราได้เจอกับสายลมที่ค่อนข้างแรงพัดมาจากชายฝั่งทะเลด้านล่าง ลมเย็นทำให้พวกเราหายเหนื่อยกันได้อย่างรวดเร็วครับ

 

จุดชมวิวที่สอง

หลังจากที่ได้หยุดพักจากจุดชมวิวแรก พวกเราค่อนข้างมีแรงเดินเพิ่มมากขึ้น จนมาถึง จุดชมวิวที่สองซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายมืออีกฝั่งนึงจากจุดชมวิวแรกครับ

 

ผลไม้ป่า

ผลไม้ป่า

จากชุดชมวิวที่สองเราไม่ได้แวะพัก เพียงแค่ถ่ายภาพเก็บไว้ ก็ออกเดินทางต่อ ระหว่างเส้นทางเดิน เราก็มาเจอกับ ผลไม้ป่า (ไม่ทราบว่ามันคือ ผลไม้อะไร) ซึ่งมีสีสันสดใสสะดุดตา

 

กองทัพมด

เหมือนอย่างที่ผมกล่าวมาข้างต้น ทริปนี้ของเรา เป็นทริป เดือน กรกฎาคม ซึ่งมีฝนตก ระหว่างเส้นทางเดินเราเจอเข้ากับ ฝูงกองทัพมด จำนวนมากทั้งบนพื้นดินและบริเวณกิ่งไม้ ดังนั้นต้องคอยสังเกตและระวังอย่างรอบคอบครับ

 

2.7 กม. ทริป

ป้ายบอกเส้นทางตรงจุดนี้ ทำให้เราทราบว่าเราเดินผ่านมาจำนวนกี่กิโลเมตรแล้ว นั่นแสดงว่า เราเดินผ่านมา เลยครึ่งเส้นทางแล้วครับ

 

เห็ดสีดำ

เห็ดสีทอง

อีก 1 กิโลเมตร จากป้ายบอกเส้นทาง เรายังคงต้องเดินหน้าต่อไป ระหว่างมุ่งหน้าเพื่อไปยังจุดชมวิวสูงสุด ก็เจอกับเห็ดหลากสี ต่างชนิดกัน (ไม่ทราบว่าคือเห็ดอะไร ในภาพผมเลยเรียกตามสีครับ)

 

หินเข้าใจผิด !

เดินทางต่อมาได้ระยะนึง ก็มาเจอกับหินใหญ่ก้อนหนึ่ง ซึ่งรูปร่าง คล้ายๆ กับ ภาพถ่าย ที่ผมเคยดู นักท่องเที่ยวที่เคยเดินทางมาที่นี่ถ่ายไว้ ครั้งแรกที่เราเห็นทำให้เราเข้าใจผิดคิดว่า เรามาถึงหางนาคกันแล้วและนี่เป็นหินที่เค้าถ่ายรูปกัน จ้องมองอยู่พักนึงเหลือบไปเห็น ยังมีเส้นทางเดินต่อไปอีก เลยคิดได้ว่า มันคงไม่ใช่แล้วแหละ เราคงต้องไปต่อ ! (น่าเสียดาย ผมไม่ทราบว่าใคร ใช้สีพ่นเขียนข้อความบริเวณก้อนหิน ซึ่งเป็นการทำลายธรรมชาติอย่างเห็นได้ชัด)

 

เส้นทางสุดท้าย (ก่อนถึงจุดชมวิว)

เส้นทางสุดท้าย ขาขึ้น เส้นนี้สำหรับเรา เรารับรู้ได้เลยว่า เราอยู่บริเวณที่สูง และเริ่มมุ่งไปสู่ พื้นที่ ที่มีหิน สังเกตได้จาก พื้นดิน ต้นไม้ และจากประสบการณ์ที่เราเคยสัมผัสมาจากพื้นที่อื่นๆ บริเวณพื้นที่แบบนี้จะไม่ค่อยมีไม้ใหญ่ แต่จะมีต้นไม้เล็ก และไม่ใหญ่มากทดแทน

 

สู่ฝั่งฝั่น 3.7 กม. ทริป พิชิตเขาหางนาค

สัมผัสครั้งนี้ของเราไม่ผิดเพราะเราเดินมาอีกนิดเดียวก็เจอกับจุดชมวิวจุดแรก วิวเขาหางนาค เราได้เห็นบรรยากาศแรก ต้นไม้ ท้องฟ้า ทะล ภูเขา สิ่งมหัสจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างมาเพื่อให้เราได้ชมความงดงาม อาการเหน็ดเหนื่อยของเราแทบไม่มีเหลืออยู่เลย ผมรีบคว้ากล้อง และก็รีบถ่ายภาพก่อน เพราะผมเริ่มเห็นก้อนเมฆกำลังก่อตัวขึ้นแล้ว สำหรับทีมงานบางคนของเราก็นั่งหมดแรง ชมบรรยากาศบริเวณริมโขดหินกันครับ

สำหรับภาพ วิว บรรยากาศบนเขาหางนาค (ภาพด้านล่าง สำหรับบางภาพและจุดชมวิวบางจุด ผมขอแนะนำ ถ้าไม่มั่นใจ ห้ามทำการลอกเลียนแบบ และจะต้องใช้ความระมัดระวังเป็นหลักนะครับ) ผมจะไม่ขออธิบายในแต่ละภาพนะครับ (ขอพักเหนื่อยก่อนครับ)

 

 

 

 

 

 

 

เห็ด

เราได้หยุดพัก หายเหนื่อย ชมบรรยากาศธรรมชาติ และ ถ่ายภาพ จนเป็นที่พอใจแล้ว มองดูนาฬิกา บวกกับฝนที่ใกล้จะตก คงถึงเวลาที่เราจะต้องเดินทางกลับแล้วจากสถานที่แห่งนี้แล้ว ผมบอกกับทีมงานของเราว่า ต้องเก็บภาพให้เยอะๆและชมบรรยากาศให้เต็มที่ เพราะเราอาจจะไม่ได้มีโอกาสมาอีกแล้วนะ. ระหว่างที่เราเดินทางกลับได้เจอเห็ด ที่ขาขึ้นเรามองไม่เห็นกัน เป็นเห็ดที่ค่อนข้างใหญ่ บานรับน้ำฝน อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ น่าแปลกว่าไม่ใช่เฉพาะผมที่มองไม่เห็น

 

???

ขากลับ เป็นช่วงเวลาที่เราค่อนข้างเร่งรีบ เพราะมีเม็ดฝนตกลงมาบ้างแล้ว โชคดีว่าพื้นที่เป็นต้นไม้ใหญ่ ทำให้เราไม่เปียกฝน (แต่ถึงจะตกหนัก เราก็ได้เตรียมอุปกรณ์กันฝนมาแล้ว) เดินมาได้สักครึ่งทาง ผมมองไปเห็นก้อนอะไรสักอย่างสีขาว ซึ่งจะเด่นมาก เป็นก้อนเกือบๆกลม ผิวไม่เรียบ มีจำนวน 3 ลูก ขนาด เท่ามะพร้าวที่ปอกเปลือกแล้ว (ถ้าอยู่ในสวนยางผมยังคิดว่า เป็นก้อนยาง นะเนีย) ผมเลยเข้าไปถ่ายภาพเก็บมา ตอนแรก ผมไม่แน่ใจว่าเป็นเห็ดหรือเปล่า แต่ผมไม่เห็นก้าน ผมลองเอานิ้วแตะเบาๆ คล้ายๆจำพวกเห็ดจริงๆ สำหรับส่วนตัวผมเลย สันนิษฐาน ว่าเป็นจำพวกเห็ดครับ เพราะถามทีมงานเรา ก็ไม่มีใครทราบครับว่ามันคืออะไร???

สัจธรรม

เราเดินกลับจนถึงจุดเริ่มต้น ลานจอดรถ ล้างมือ ชำระทำความสะอาดร่างกายเล็กน้อย ระหว่างนั่งรถกลับ ผมนั่งคิด ทริป พิชิตเขาหางนาค ครั้งนี้ของเรา ไม่ได้ให้เราเพียงแค่ศึกษาความสวยงาม และความมหัศจรรย์ของธรรมชาติในจังหวัดกระบี่ แต่ยังสอนให้เราเข้าใจถึงสัจธรรมของชีวิต คือ ทดแทน

" ต้นไม้ใหญ่ล้มลง ธัญพืชและต้นไม้เล็กๆ เจริญงอกงามขึ้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่เฉพาะต้นไม้จริงๆเพียงเท่านั้น แต่นั่นหมายถึง ทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ "

ติดตามชมทริปหน้า ที่ใหน? เมื่อไหร่?่ ของพวกเราได้ในตอนต่อไปนะครับ

 

ขอขอบคุณทุกๆสิ่งที่ผมกล่าวมาและเพื่อนทีมงานกระบี่ออลของเราทุกท่านครับ

17 กรกฎาคม 2553

ป. ปฏิมินทร์... เรื่องและภาพ