www.krabiall.com
 

“กระบี่”ที่ไม่เหมือนใคร



แม่น้ำกระบี่

“กระบี่”

ความหมายหนึ่งคืออาวุธคล้ายดาบ มีสองคม

ในแวดวงยุทธจักรนิยาย เซียนกระบี่บางคนนอกจากมีฝีมือเป็นเลิศแล้ว กระบี่ของมันยังไม่เหมือนใคร

บางคนใช้กระบี่ยาวเทอะทะแต่กลับว่องไวปราดเปรียว บางคนใช้กระบี่หักสั้นแต่กลับพิชิตศัตรูผู้ใช้กระบี่ยาวได้อย่างง่ายดาย บางคนใช้กระบี่สีดำสนิทแต่ยามดื่มเลือดกับกลายเป็นกระบี่สีแดงฉาน บางคนใช้กระบี่ที่งอกออกจากจากปลายไม้เท้า งอกออกมาจากเลาขลุ่ย งอกออกมาจากด้ามพัด งอกออกมาจากแขนเสื้อ

บางคนใช้เพียงไม้ไผ่เหลาก็เป็นกระบี่ได้แถมยังสยบกระบี่ที่ทำจากเหล็กกล้าชั้นดีได้เพียงแค่กระบี่เดียว บางคนใช้กระบี่อ่อนบางเฉียบม้วนส่ายพลิ้วไหวปานอสรพิษ บางคนไม่มีใครเคยเห็นกระบี่ของมันหลุดออกจากฝักเพราะทุกครั้งที่มันชักกระบี่มีแต่คนตาย

บางคนใช้กระบี่แต่ในมือไม่มีกระบี่เพราะกระบี่ของมันอยู่ที่ใจ บางคนในมือไม่มีกระบี่แต่กระบี่ของมันอยู่ในมือคู่ต่อสู้ บางคนในมือไม่มีกระบี่ในใจไม่มีกระบี่แต่กระบี่ของมันอยู่ทุกหนแห่งเพราะมันได้หลอมรวมตัวเองเป็นหนึ่งเดียวกับกระบี่อย่างมิอาจแบ่งแยกได้

แต่ไม่ว่าใครจะดำรงสภาวะกระบี่เช่นไร สิ่งสำคัญที่สุดของกระบี่ก็คือ“คนใช้กระบี่” เพราะถ้าไม่มีคนใช้ กระบี่ นี่ไยมิใช่เพียงเศษเหล็กธรรมดาชิ้นหนึ่ง

จากกระบี่ที่ไม่เหมือนใครของยอดยุทธ์ มาดูความไม่เหมือนใครของจังหวัดกระบี่ที่ภาคใต้ของเรากันบ้าง

อันที่จริงกระบี่มีสถานที่ท่องเที่ยวเป็นเอกอุไม่เหมือนใครอยู่หลายแห่งด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น น้ำตกร้อนคลองท่อม(ส่วนที่พะเยาคือน้ำตกอุ่นภูซาง) สระมรกต หาดทรายร้อน(หาดโคลนร้อน) เขามรกต สุสานหอย เป็นต้น ในขณะที่ภายในตัวเมืองกระบี่ก็มี “เสาไฟจราจรและอนุสาวรีย์” เป็นของดีที่ไม่เหมือนใครให้ทัศนาเช่นกัน


อนุสาวรีย์ปูดำ



บุญคุณปูดำ

ปกติอนุสาวรีย์ทั่วไปตามจังหวัดต่างๆมักจะสร้างเพื่อเชิดชูบูรพกษัตริย์และบุคคลสำคัญต่างๆ แต่ที่กระบี่ล่าสุดเขากลับสร้างอนุสาวรีย์“ปูดำ”ขึ้น เพื่อเป็นนัยยะสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลนหน้าเมืองกระบี่ที่เป็นส่วนหนึ่งของปากแม่น้ำกระบี่ พื้นที่ชุมน้ำลำดับ 4 ของเมืองไทย

อนุสาวรีย์ปูดำ สร้างเป็นประติมากรรมปูดำ 4 ตัว ตัวใหญ่ตัวแม่มีกระดองกว้างถึง 2 เมตร และมีตัวเล็กตัวลูกอีก 3 ตัว ทุกตัวต่างชูก้ามน่าเกรงขาม ซึ่งถ้าใครถูกมันหนีบเข้าคงดูไม่จืดแน่นอน

อนุสาวรีย์ปูดำตั้งอยู่ที่ท่าเรือขนาบน้ำ เป็นจุดชมวิวชั้นดี เพราะเมื่อมองออกไปจะเห็นทิวทัศน์แม่น้ำกระบี่ ป่าชายเลน ชาวบ้านแล่นเรืออยู่ไปมา รวมถึงเห็นเขาขนาบน้ำสัญลักษณ์อันโดดเด่นของเมืองกระบี่อีกด้วย นับได้ว่าปูดำนอกจากจะเป็นสัตว์มีบุณคุญที่ชาวกระบี่จับกินและเลี้ยงส่งขาย แล้วก่อให้เกิด"ลานปูดำ" เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ที่มีคนมาถ่ายรูปชมทิวทัศน์กันเป็นจำนวนมาก



อนุสาวรีย์นกออก

มองอย่างนกออก

ใกล้ๆกับลานปูดำ มีของดีอีกอย่างหนึ่งให้ชมนั่นก็คือ “อนุสาวรีย์นกออก” บนเสาหลักกิโลเมตรที่ศูนย์

นกออกหรืออินทรีย์ทะเลเป็นนกประจำถิ่นคู่บ้านคู่เมืองกระบี่ พบได้ทั่วไปแถวเขาขนาบน้ำ

คุณกีรติศักดิ์ ภูเก้าล้วน นายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ เล่าว่าต้องการสร้างขึ้นเพื่อสอนให้คนนำลักษณะของนกออก"บินให้สูง มองให้ไกล ไปให้ถึง" มาปรับใช้ในชีวิตคือ มีวิสัยทัศน์ คิดให้กว้าง มองให้ไกล แล้วมุ่งไปให้ถึงจุดหมาย

นอกจากนี้นกออกยังแม่นในการจับเหยื่อเปรียบดังการทำอะไรของคนต้องมีการวางแผนอย่างถูกต้องแม่นยำ อีกทั้งนกออกยังเป็นนกสันโดษสอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงอีกด้วย

นกออก(ประติมากรรม)ไม่เพียงทำท่าบินสยายปีกอย่างสง่าผ่าเผยบนหลัก กม. 0 แต่มันยังปรากฏอยู่บนหัวเสาไฟจราจรอีกด้วย นับเป็นเสาไฟจราจรที่ไม่เหมือนใครเลยจริงๆ



อนุสาวรีย์ช้างเผือก


กระบี่เมืองช้าง

พูดถึงเมืองช้างปัจจุบันย่อมเป็นจังหวัดสุรินทร์อย่างปราศจากข้อกังขา แต่ในอดีตนั้น กระบี่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองช้างเหมือนกัน แถมยังเป็นเมืองช้างป่าเสียด้วย เพราะที่นี่เคยมีช้างป่ามากที่สุดในประเทศไทย ที่สำคัญก็คือจังหวัดกระบี่ได้น้อมเกล้าถวายช้างเผือกช้างแรกต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน และมีการโปรดเกล้าฯให้สมโภชขึ้นระวางช้างต้น ณ โรงช้างต้น พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2502 ก่อนโปรดเกล้าฯ พระราชทานคชาภรณ์และพระราชทานนามว่า “พระเศวตอดุลยเดชพาหน ภูมิพลนวนาถบารมี ทุติยเศวตกรีกมุทพรรโณภาส บรมกมลาสนวิศุทธวงศ์สรรพมงคลลักษณคเชนทรชาติ สยามราษฎรสวัสดิ์ประสิทธิ์ รัตนกุญชรนิมิตบุญญาธิการปรมินทรพิตรสารศักดิเลิศฟ้า” (หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ)



เสาไฟช้าง


เมื่อกระบี่มีความสำคัญในเรื่องช้างถึงปานนั้น จึงมีการสร้างประติมากรรมช้างเผือก(อนุสาวรีย์ช้างพระเศวตฯ)ขึ้นเป็นทั้งอนุสาวรีย์และเสาไฟจราจร เพื่อรำลึกถึงอดีตเมืองช้างเป็นรูปช้างเผือกชูกระบี่(ดาบ)ตราสัญลักษณ์เทศบาลเมืองกระบี่

นอกจากนี้ยังมีการสร้างรูปปั้นช้างไว้บนหัวเสาไฟส่องสว่างจำนวนมากในตัวเมืองกระบี่ เพื่อรำลึกถึงอดีตเมืองช้างป่าที่น่าเสียดายว่าวันนี้ไม่มีรายงานการค้นพบช้างป่าที่กระบี่แล้ว



หัวเสาไฟรูปปั้นมนุษย์โบราณที่ไม่เหมือนใครใจกลางเมืองกระบี่


คนหรือลิง?

ความไม่เหมือนใครของเสาไฟจราจรเมืองกระบี่นอกจากจะมีช้างมีนกออกแล้ว ใครที่สัญจรไปมาในตัวเมืองกระบี่ คงสะดุดตากับแยกไฟแดงบางแยกบนถนนมหาราช แยกนี้ดูประหลาดเพราะมีตัวประหลาดท่าทางเอาเรื่องยืนเด่นถือกล่องไฟเขียว-เหลือง-แดงอยู่บนหัวเสาไฟจราจร

หลายคนเชื่อว่านี่คือ(รูปปั้น)“ลิง”เพราะเมื่อดูไกลๆดูผ่านๆ มันคล้ายลิงไม่น้อย แถมชื่อของจังหวัด“กระบี่”ในอีกความหมายหนึ่งยังแปลว่า“ลิง”เสียด้วย เพราะกระบี่ในอดีตเป็นที่ตั้งของเมือง“บันไทยสมอ”ขึ้นตรงต่อเมืองนครศรีธรรมราช บันไทยสมอเป็นเมืองในสิบสองนักษัตร ใช้ตราลิงเป็นตราประจำเมือง เพราะเป็นเมืองหน้าด่านปราการ ซึ่งลิงนั้นเปรียบดังทหารกองหน้า ดังเช่นบรรดาลิงแห่งกองทัพพระราม อีกทั้งในสมัยก่อนกระบี่ยังมีลิงอยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน

แต่รูปปั้นประหลาดนี้ไม่ใช่ลิงครับ แต่เป็นคน เป็น“มนุษย์โบราณ” บรรพบุรุษของมนุษย์เรา ซึ่งมีหลักฐานการค้นพบว่ากระบี่เป็นเมืองโบราณมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ มีการขุดพบประวัติศาสตร์ของสายพันธุ์มนุษย์ เป็นโครงกระดูกมนุษย์อายุ 43,000 ปี ที่เพิงผาหลังโรงเรียนทับปริก มีการขุดพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณอายุ 25,000 ปี ที่ถ้ำหมอเขียว และมีการขุดพบซากฟอสซิลกรามบนด้านขวาพร้อมฟัน 5 ซี่ และกรามด้านล่างขวาพร้อมฟัน 2 ซี่ อายุประมาณ 37 ล้านปีที่เหมืองลิกไนท์ สันนิษฐานว่าเป็นต้นกำเนิดของสายพันมนุษย์ มีชื่อเรียกภายหลังว่า “สยามโมพิเทคัส อีโอซีนัส”

โดย : ปิ่น บุตรี

http://www.manager.co.th