www.krabiall.com
 

Frigatebird at Phi Phi Island

Phi Phi island locates on Thumbon Ao Nang, Amphur Muang of Krabi Province, many tourists would like to touch Phi Phi island groups, It is well known about white sandy beach and under waterworld of Phi Phi island groups, and Phi Phi island groups are Top Ten in the World for Snorkeling and Scuba diving.

Phi Phi island groups not only for Snorkeling and Scuba diving, but also good for birding too, Phi Phi island group is only one place in Andaman sea to find Frigatebird, there are easy to find near two sea stacks beyond Koh Phi Phi Leh: Koh Bida Nok and Koh Bida Nai

Information from : http://www.thailandbirdwatching.com

***********************************************************************************************

หากใครเคยดูภาพยนต์เรื่อง “Pirates of the Caribbean ” คงจะนึกถึงเรื่องราวเกี่ยวกับการทำสงครามและการผจญภัย อันน่าตื่นเต้นของโจรสลัดที่ถ่ายทอดออกมาได้ อย่างน่าประทับใจโดยเฉพาะตัวละครเอกที่ชื่อ แจ๊ค สแปร์โรว์ กัปตันสุดป่วนที่ใครหลายคนท ี่เป็นคอภาพยนต์มัก จะรู้จักกันดี ท่านผู้อ่านคงจะงงว่าอยู่ๆมาเล่าทำไมกันผู้เขียนไม่ได้ตั้งใจจะมาโปรโมทย์ภาพยนต ์เรื่องนี้แต่อย่างใด นะคะ เพียงแต่ว่าถ้าพูดถึงภาพยนต์เรื่องนี้เรามักจะนึกถึงโจรสลัดนั่นเอง

ถ้าพูดถึงโจรสลัดเรามักจะนึกถึงโจรที่ปล้นในทะเลสมัยที่ผู้เขียนยังอยู่ในวัยเด็ก เคยคิดตาม ประสาเด็กๆ ว่าโจรสลัดมีจริงไหมแล้วโจรสลัดอยู่ที่ไหนด้วยความคิดแบบนี้จึงทำให้ผู้เขียนมีความฝันว่า อยากจะเจอโจรสลัดซักครั้งในชีวิต และวันนี้ความฝันของผู้เขียนเป็นความจริงแล้วค่ะ เมื่อได้พบกับโจรสลัดตัวจริง เสียงจริง โดยไม่ต้องออกไปถึงท้องทะเลอันแสนไกล แต่เป็น ที่บางปู ของเรานี่เอง ไม่ใช่กัปตันแจ๊ค สแปร์โรว์นะคะ แต่มันคือ “ นกโจรสลัด ” เจ้านกจอมโจรแห่งท้องทะเล งั้นเราไปทำความทำความรู้จักกับจอมโจรของเรากันเล้ย !

ที่มาของชื่อคำว่า “ นกโจรสลัด ” มาจากพฤติกรรมของเค้าที่ดูแล้วคล้าย กับโจรสลัดยิ่งนัก เพราะเค้ามักจะออกหากินโดย การบินโฉบไปมาบนท้องฟ้าคอยแย่งอาหาร จากนกทะเลชนิดอื่น (ส่วนใหญ่มักแย่ง จากนกบูบีหรือนกนางนวล) หรือบังคับให้นก เหล่านั้นคายหรือสำรอกอาหารที่กลืนแล้ว ออกมา เพื่อแย่งชิงปลามากินโดยอาศัย ขนาดลำตัวที่ใหญ่กว่าและปากยาวงุ้มที่เหมาะ สำหรับการปล้นปลา กลางอากาศได้เป็นอย่างดี

โอ้โห.............ไม่น่าเชื่อนะคะว่าธรรมชาติจะสรรสร้างความมหัศจรรย์ในการปล้นให้กับเค้าได้ขนาดนี้ สมกับคำว่าโจรสลัดจริงๆ ถ้ามองจากรูปร่างหน้าตาของเค้าจะเหมือนนกโบราณล้านปีปีกกว้าง มีขนาดใหญ่ถึงขนาดใหญ่มาก (ประมาณ 70 – 100 เซนติเมตร เลยทีเดียว) ปากยาวมาก ปลายปากแหลม จะงอยปากทั้งสองเป็นขอ ความสามารถพิเศษคือสามารถร่อนบินหากินได้ไกลหลายร้อยกิโลเมตรได้ เป็นเวลาหลายวันโดยไม่ต้องร่อนลงบนพื้นดินโดยในโลกมีนกวงศ์นี้อยู่ 5 ชนิด สำหรับประเทศไทย ถือเป็นนกอพยพที่จะพบได้แถว น่านน้ำอันดามัน โดยเฉพาะที่เกาะบิด๊ะ (จังหวัดกระบี่)

นอกจากพฤติกรรมในการปล้นที่ดูน่าตื่นเต้น และบางครั้งดูโหดร้ายของเค้าแล้วยังมีความสวยงามจากพฤติกรรม ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ซึ่งเป็นที่น่าสนใจแบบสุด ๆ แบบหนึ่งของสัตว์โลก ที่เวลาใครพบมักต้องหยุดนิ่งเฝ้ามองเสมอ โดยเมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์นั้น ตัวผู้จะเป่าถุงที่คอจนกลายเป็นลูกโป่งสีแดงก่อนสะบัดแล้วร้องเสียงดัง เพื่อล่อให้ตัวเมียลงมาอยู่ในรังที่เขาสร้างไว้ซึ่งเมื่อใดที่ตัวผู้ต้องต่อสู่กันเพื่อแย่งตัวเมีย ตัวผู้ที่แข็งแรงกว่า จะใช้จงอยปากอันแหลมคมตีไปที่ลูกโป่งของตัวผู้อีกตัว จนทำให้ตัวผู้ตัวนั้นต้องยอมแพ้ไป


และ เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมานี้ ณ สถานอากาศบางปู เรา ได้พบกับเจ้าจอมโจรนี้ เมื่อเวลาประมาณ บ่าย 3 โมงเศษ เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นนกโจรสลัดใหญ่เจ้าวายร้ายที่ หนึ่งปีอาจพบ ได้สักครั้งกำลังบินร่อนบนท้องฟ้า เหนือสะพานสุขตา ในช่วงที่มีนกนางนวลหลายพันตัวกำลังรอรับอาหาร จากนักท่องเที่ยว เจ้าจอมโจรของเรายังคงบินร่อนอยู่บริเวณนั้นอยู่ร่ำไปเหมือนเป็นสัญญาณเตือนภัยเพื่อเตือน ให้รู้ถึงการเริ่มกิจกรรมในการปล้น แต่น่าเสียดายที่เราไม่ได้เห็นการปล้นที่น่าตื่นเต้นนั้นเพราะไม่นานนัก เจ้าจอมโจรก็โดนฝูงนางนวลผู้กล้าบินต้อนต่อสู้จนทำให้เจ้าจอมโจรบินหายลับไปในป่าแสม ก่อนหน้านี้ผู้เขียนได ้กล่าวถึงการพบนกในวงศ์นี้ปกติจะอยู่ในน่านน้ำอันดามันทำให้บางท่านอาจแปลกใจว่า แล้วเหตุใดเราจึง พบนกชนิดนี้ที่บางปู ซึ่งจริงๆแล้วก็อาจเป็นนิมิตรหมายที่ดีสำหรับสมุทรปราการในเมื่อนกโจรสลัดถือเป็น นกอพยพการพบที่บางปู ซึ่งส่วนมากแล้วจะเป็นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม นั่นก็เพราะบางปูอาจ อยู่ในเส้นทางการบินกลับซึ่งเราก็ไม่ทราบแน่ชัดว่าเจ้าตัวที่เราเห็นบ้านของเขาอยู่ที่ไหนกันแน่เพราะนกโจรสลัด ใหญ่มีถิ่นที่อยู่กระจายอยู่หลายแห่งในทะเลของโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็นมหาสมุทรแปซิฟิก อินเดีย หรือแม้แต่ มหาสมุทรแอตแลนติค

จากการพบในครั้งนี้พวกเราไม่มีโอกาสเห็นการโจรกรรมปลาอันน่าตื่นเต้นของเจ้านกโจรสลัด หรือว่าเจ้าจอมโจร แห่งท้องทะเลนี้จะทำให้พวกเราตายใจเพื่อรอจังหวะการปล้นในครั้งใหม่ต่อไป โปรดระวังตัวของท่านให้ดีดี เพราะเหยื่อในการปล้นครั้งต่อไปอาจเป็น อาหารที่ตัวท่านถืออยู่ก็เ ป็นได้ !!

เรียบเรียง ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) ฯ
http://www.bangpunature.com

***********************************************************************************************

นกในวงศนี้มีขนาดกลาง-ใหญ่จนถึงขนาดใหญ่มาก (70 – 100 เซนติเมตร) มีปากยาวกวางหัวและเป็นรูปทรงกระบอก ปลายจะงอยปากทั้งสองเป็นขอ แนวสบเรียบ รูจมูกเล็กลักษณะเป็นรองยาว ถุงใต้คางเล็กแต่พองออกได้ ปากยาวมาก ปลายปากแหลม ขนปลายปากเส้นสุดท้ายหรือเส้นนอกสุดยาวที่สุด หางเป็นหางแบบเว้าลึก มีขนหาง 12 เส้น แข็งเล็กและสั้น ประมาณ 1 ใน 5 ของความยาวปาก นิ้วยาว โดยมีนิ้วที่ 3 ยาวที่สุด ปลายนิ้วเป็นเล็บยาว เล็บหยัก มีพังผืดนิ้วเป็นแบบตีนพัดเต็ม แต่มักมีขนาดเล็กและเชื่อมเฉพาะโคนนิ้ว ตัวผู้และตัวเมียมีลักษณะและสีสันแตกต่างกัน นกโจรสลัดเป็นสัตว์ล่าเหยื่อ แต่มันมักแย่งปลาจากปากของนกบูบีหรือนกนางนวลที่คาบปลาอยู?กลางอากาศ จึงได?ชื่อว่านกโจรสลัด แต่บางครั้งก็บินโฉบปลาในน้ำด้วยตนเอง ทํารังเป็นกลุ่มตามพุ่มไม้เตี้ย หรือตามโขดหิน หรือพื้นทราย วางไข่เพียงครอกละ 1 ฟอง เปลือกไข่สีขาว ลูกนกแรกเกิดมีสภาพเป็นลูกอ่อนเดินไม่ได้ นกในวงศ์นี้มีกระจายพันธุ์อยู่ในทะเลเขตร่อนและเขตอบอุ่น ทั่วโลกมีเพียง 1 สกุลคือ สกุลนกโจรสลัด (Genus Fregata)

http://www.krabi.most.go.th