www.krabiall.com
 
แอบรัก“อ่าวลึก” กระบี่ไร้เทียมทาน
ทะเลอ่าวลึก
        “กระบี่”
       
        ในแวดวงยุทธจักรนิยายคือศาสตราวุธชั้นเลิศ
       
        จอมยุทธ์หลายคนมิเพียงเป็นเอกด้านกระบี่ หากแต่มันยังหลอมรวมตัวเองเป็นหนึ่งเดียวกับกระบี่ ดำรงสภาวะอยู่ในขั้น“กระบี่อยู่ที่ใจ” หรือบางคนลึกล้ำไปกว่านั้นถึงขั้น“กระบี่อยู่ทุกหนแห่ง”(สภาวะกระบี่ของ ไซมึ้งชวยเซาะ แห่งหงส์ผงาดฟ้า)
       
        แต่...ในแวดวงยุทธจักรท่องเที่ยว  

กระบี่ คือเมืองท่องเที่ยวชั้นเลิศที่มากไปด้วยทรัพยากรท่องเที่ยวในอันดับต้นๆของเมืองไทย อีกทั้งยังมีโรงแรมกระบี่บริการสำหรับนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก
       
        ฉะนั้นการที่“กระบี่เที่ยวกี่ทีไม่มีเบื่อ” จึงไม่ใช่วาจาผายลมใดๆ หากแต่เป็นสิ่งท้าทายให้นักท่องเที่ยวผู้สนใจเดินทางไปสัมผัส ค้นหา ดังเช่นการกลับไปเยือนกระบี่อีกครั้งของ“ตะลอนเที่ยว”ในทริปนี้

มุมถ่ายรูปในโพรงผาค้อม
        อ่าวลึก งามลึกล้ำ
       
        ทะเลกระบี่ขึ้นชื่อในเรื่องความงดงามของหมู่เกาะสวย หาดทรายละเอียดขาวเนียน น้ำทะเลใสแจ๋ว และโลกใต้ท้องทะเลอันงดงามปานเนรมิต แต่ทะเลกระบี่ที่“อ่าวลึก”ไม่มีสิ่งดังว่า ซ้ำยังเป็นทะเลน้ำขุ่นที่ข้างใต้เต็มไปด้วยโคลนเลน จนหลายคนมองทะเลอ่าวลึกเป็นแค่แหล่งหา ปู ปลา และอาหารทะเล ของชาวบ้านในชุมชนเท่านั้น
       
        แต่กับชาวบ้านอ่าวลึกผู้คุ้นเคยกับทะเลแห่งนี้กลับมองต่างออกไป พวกเขามองว่าทะเลอ่าวลึกและพื้นที่อีกหลายส่วนใน“อำเภออ่าวลึก” จ.กระบี่ มีศักยภาพสูงทางการท่องเที่ยว พวกเขาจึงรวมกลุ่มกันจัดตั้งเครือข่ายท่องเที่ยวชุมชนอ่าวลึกขึ้น โดยมีนายอำเภออ่าวลึกคนปัจจุบัน(ประสิทธิ์ ภูชัชวนิชกุล)เป็นพี่เลี้ยงคนสำคัญ
       
        “การท่องเที่ยวชุมชนของเราทำเพื่อเป็นรายได้เสริม และต้องการให้ชาวบ้านเห็นคุณค่าในทรัพยากรที่ตัวเองมีอยู่ แล้วช่วยกันดูแลอนุรักษ์ทรัพยากรเหล่านั้นไว้ เพราะที่แล้วมามีแต่คนภายนอกเข้ามากอบโกยผลประโยชน์ และทิ้งความเสื่อมโทรมไว้ให้กับชุมชน”
       
        ทวีศักดิ์ ไตรรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญทะเลแถบนี้ชนิดหาตัวจับยากจนถูกยกให้เป็น“ศักดิ์เล” เท้าความหลังให้ฟัง ก่อนเล่าถึงความสำคัญในอดีตว่า เมื่อราว 1 – 2 พันปีที่แล้ว อ่าวลึกคือหนึ่งเส้นทางเดินเรือสำคัญในแหลมสุวรรณภูมิ เชื่อมอันดามันกับอ่าวไทย เพราะมีการค้นพบหลักฐานมากมาย ส่วนในสมัยรัชกาลที่ 1 อ่าวลึกเป็นเส้นทางลำเลียงพระราชทรัพย์จากหัวเมืองชายทะเลอันดามันไปยังส่วนกลางที่กรุงเทพฯ

ทะเลแหวกอ่าวลึกเผยให้เห็นแนวสันทรายและสวนหินในอารมณ์แบบเซ็น
        “ทะเลอ่าวลึกมันไม่สวยเหมือนพีพี ลันตา เกาะห้อง หรือเกาะอื่นๆในกระบี่ แต่มันยังอุดมสมบูรณ์อยู่มาก มีปลาทู ปูตามฤดูกาล ส่วนกุ๊งแชบ๊วยธรรมชาติมีอยู่เยอะและมีให้จับทุกวัน”
       
        ขณะที่ศักดิ์เลเล่า เรือหางได้แล่นเข้าสู่ดงภูเขาหินปูนที่ผุดโผล่ขึ้นมากมายกลางทะเลอันถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของทะเลอ่าวลึก ขุนเขาน้อยใหญ่เหล่านี้หลายลูกมีรูปทรงแปลกตาเปรียบดังประติมากรรมกลางแผ่นน้ำที่ธรรมชาติสรรค์สร้าง โดยมี 2 เทือกเขาสำคัญที่เป็นดังคู่หูดูโอตัวชูโรงสำคัญทางการท่องเที่ยวอ่าวลึกทอดตัวขนานกันไปในทะเล คือ เทือกเขากาโรส และเทือกเขา“แหลมสัก”ที่เรือกำลังบ่ายหน้าเข้าหาอยู่ในขณะนี้ ซึ่งถ้าไม่ได้ศักดิ์เลเราคงไม่รู้ว่าในแนวเทือกเขาที่ตั้งตระหง่านนั้น จะมีเผิงผา เวิ้งถ้ำ ตามธรรมชาติซุกซ่อนอยู่หลายถ้ำทีเดียว และเพื่อพิสูจน์ว่าศักดิ์เลไม่ได้ขี้หก แกจึงพาเรือไปจอดเทียบท่าใต้ชะง่อนหินที่มีบันไดไม้เล็กๆให้ปีนเข้าไปในเวิ้งเว้าใต้ขุนเขาอันตระหง่านเงื้อม

อาทิตย์อัสดงใต้เพิงผาแหลมไฟไหม้แห่งทะเลอ่าวลึก(ภาพ : ธีรภาพ โลหิตกุล)
        ที่นี่ศักดิ์เลบอกว่าคือ “ผาค้อม”ที่ใครเข้ามาจะต้องมุดตัวก้มตัวลงค้อมคารวะต่อความเป็นไปของธรรมชาติโดยดุษฎี ผาค้อมถ้าใครไปยามเช้าตรู่จะได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นผ่านแนวเทือกเขาเบื้องหน้าโดยมีช่องโพรงและหินย้อยจากขุนเขาเป็นฉากหน้าที่น่าชมยิ่ง ส่วนถ้าใครไปถูกจังหวะเวลาที่น้ำขึ้นก็จะได้ชมความงามของผืนน้ำสีเขียวมรกตในลากูนที่ซุกซ่อนอยู่ภายในขุนเขาแห่งนี้
       
        แต่งานนี้เราไปช่วงเย็น จึงกินแห้ว 2 ลูกไปตามระเบียบ ส่วนที่ไม่แห้วก็คือการล่องเรือไปชม“ทะเลแหวกสวนหินเซ็น” ซึ่งเป็นคนละแนวกับทะเลแหวกอันซีนไทยแลนด์ที่เกาะทับ เกาะหม้อ และเกาะด้ามขวาน
       
        ทะเลแหวกสวนหินเซ็นเกิดจากเมื่อน้ำลดระดับลงสุดๆจะเกิดแนวสันทรายและแนวหินโสโครกเล็กๆผุดโผล่ขึ้นมา เห็นเป็นทรงรูปขวานคล้ายแผนที่ประเทศไทย โดยแนวสันทราย(ตะกนทราย)จะอยู่ที่ด้ามขวาน ส่วนที่ใบขวานนั้นจะเป็นแนวโขดหินและสันทรายที่รูปทรงจะเปลี่ยนไปตามจังหวะน้ำขึ้น-ลง และกระแสน้ำที่พัดผ่านสันทราย ดูคล้ายกับสวนหินเซ็นของญี่ปุ่นที่ใช้“ตา”มองอย่างเดียวคงไม่ซึมซับเท่ากับการใช้“ใจ”มอง

พลังแสงส่งท้ายวันที่อ่าวลึก
        จากความน่าทึ่งของสวนหินเซ็นกลางทะเล ศักดิ์เลพาไปส่งดวงตะวันกันที่“แหลมไฟไหม้” ซึ่งมีจุดเด่นเป็นหน้าผาชันและมีภาพเขียนสีโบราณก่อนประวัติศาสตร์อายุราว 3,000 ปี รูปคล้ายหุ่นยนต์ในเรื่อง“ทเวนตี้เซนจูรี่บอย” ที่แฟนการ์ตูนและแฟนหนังเรื่องนี้อาจจะจินตนาการไปไกลว่า“เพื่อน”มาเขียนไว้หรือเปล่า?
       
        แหลมไฟไหม้ใช่มีดีที่ภาพเขียนสีเท่านั้น แต่ที่นี่ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกชั้นยอด เพราะอีกฝั่งของภาพเขียนสีมีหลืบถ้ำเว้าเข้าไปเห็นเป็นโฟร์กราวน์เงามืดของหินย้อยหยึกหยักในระหว่างที่ดวงตะวันลาลับขอบฟ้า นับเป็นภาพพระอาทิตย์ตกในทะเลที่แปลกตาไม่น้อยเลย
       
        หลังตะวันลาลับ แสงสุดท้ายแห่งวันได้ส่องประกายเป็นลำพุ่งขึ้นฟ้าคล้ายสปอร์ตไลท์ฉาบฉายไปทั่วบริเวณ ถือเป็นการส่งท้ายวันแรกในอ่าวลึกได้อย่างน่าประทับใจยิ่ง

สปาธรรมชาติในบรรยากาศหาดโคลนร้อน
        โคลนร้อน-ถ้ำคลัง ธรรมชาติน่าทึ่ง
       
        เช้าวันใหม่...
       
        คณะเราตื่นแต่เช้ามืดตี 4 กว่าๆ รีบออกเดินทางจากโฮมสเตย์ที่พักเพื่อไปให้ทันสัมผัสกับ“หาดทรายร้อน” ที่บ้านถ้ำเสือ ต.อ่าวลึกใต้ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์มหัศจรรย์ของธรรมชาติ
       
        หาดทรายร้อนเกิดจากปรากฏการณ์ความร้อนของรอยเลื่อนมะรุ่ยที่อยู่ลึกลงไปใต้พื้นดินในบริเวณนี้ ส่งพลังความร้อนขึ้นมาบนพื้นผิวเกิดเป็นหาดทรายร้อนอันน่าทึ่ง ซึ่งพอน้ำลดลำคลอง(ถ้ำเสือ)บริเวณนี้จะเกิดเป็นสันดอนกว้าง มีร่องน้ำเค็มเล็กๆตื้นๆแคบๆไหลผ่าน ช่วงหลังร่องน้ำมีควันพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินตลอดเวลา
       
        หาดทรายร้อนหรือหาดร้อนเป็นชื่อที่ชาวบ้านใช้เรียกขาน แต่จากที่เราลงไปเดินสัมผัสเหยียบย่ำมันมีลักษณะเป็นหาดโคลนร้อนมากกว่า(แต่คนละแบบโคลนร้อนดำที่ภูโคลน แม่ฮ่องสอน) ซึ่งโคลนร้อนที่นี่ทางชมรมสปากระบี่ได้นำไปวิจัยพบว่ามีมีแร่ธาตุหลายตัวเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

พอกโคลนร้อนเสริมผิวสวย
        ดังนั้นใครที่อุตส่าห์ตื่นแต่ไก่โห่มายังหาดแห่งนี้ นอกจากจะได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของธรรมชาติแล้ว การเดินนวดเท้าไปบนพื้นโคลนร้อนหรือนั่งชิลล์เอาเท้าแช่ร่องน้ำร้อน(เค็ม)หรือซุกเท้าเข้าไปในโคลนร้อน มันช่วยให้ร่างกายได้ผ่อนคลายไม่น้อย เพราะเนื้อโคลนร้อนจะช่วยเปิดรูขุมขนและจะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ที่สำคัญคือมันช่วยบำรุงผิวพรรณให้เต่งตึงกระชับ ชาวบ้านที่นี่จึงนำโคลนร้อนที่คัดแล้วมาให้บริการพอกตัว แขน ขา รวมไปถึงการทำสปา(นวด)ในบรรยากาศธรรมชาติดิบๆเพียวๆบนหาดทรายร้อนน้ำเค็มที่หาไม่ได้ง่ายๆในเมืองไทย
       
        แต่...เมื่อของฟรีไม่มีในโลก ฉันใดก็ฉันเพล ที่ของดีแบบนี้ไม่มีพร่ำเพรื่อ เพราะหาดทรายร้อนจะผุดโผล่ปรากฏเป็นสันดอนกว้างเฉพาะยามน้ำลงในช่วงเช้ามืดราวตีห้าไปถึงช่วงสายๆของวันแรมหรือขึ้น 3-5 ค่ำของทุกเดือนเท่านั้น ถ้าใครไปผิดเวลาหรือผิดช่วงข้างขึ้นข้างแรมจะเห็นเป็นเพียงลำคลองธรรมดาๆ ฉะนั้นใครที่ต้องการสัมผัสความมหัศจรรย์จำเป็นต้องเลือกจังหวะและเวลาด้วย

หินย้อยหลอดกาแฟในถ้ำคลัง
        จากความน่าทึ่งเหนือพื้นพิภพ เราเดินทางต่อไปชมความน่าทึ่งใต้พื้นพิภพที่ “ถ้ำคลัง” ต.อ่าวลึกเหนือ ที่มีทั้งถ้ำน้ำและถ้ำบก ถ้ำน้ำสามารถซอกแซกเข้าไปชมโพรงถ้ำด้วยการล่องแคนู คยัคได้ ส่วนถ้ำบกนี่ถือเป็นไฮไลท์ในความพิสุทธิ์สด ดิบ และงดงามของถ้ำ เพราะในห้องต่างๆของถ้ำบกที่มีถึง 13 ห้องถ้ำนั้น เต็มไปด้วยอัญมณีหินงอกหินย้อยที่ยังมีชีวิต(หินเป็น)เติบโตอย่างต่อเนื่อง หินเหล่านี้แต่ละปีค่อยๆสะสมชั้นหิน(เป็นมิลลิเมตร)เกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติปานเนรมิตมากมาย ทั้งหินรูปพระพุทธรูป หินหลอดกาแฟ หินรูปเจดีย์ หินปะการัง หินรูปม่าน รูปกลีบกรวย และเสาหินอีกมากมาย เปรียบประดุจดังคลังสมบัติใต้พื้นพิภพที่มีค่ายิ่ง

ลอยเรือล่องลากูนที่กาโรส
        กาโรส ลูกเป็ดขี้เหร่
       
        หาก“ตะลอนเที่ยว” เดินไปบอกหญิงสาวสักคนหนึ่งว่า“ไม่สวย”ถ้าไม่ถูกตบก็ถูกด่าเปิง แต่สำหรับที่เทือกเขา“กาโรส” ต.อ่าวลึกน้อย เรากล้าพูดได้เต็มปากว่า กาโรส...“ไม่สวย”
       
        อ้าว!?! ถ้ากาโรสไม่สวยแล้วศักดิ์เลจะพามาเที่ยวทำไม เรื่องนี้เป็นเพราะกาโรสเป็นชื่อภาษายาวี แปลว่าไม่สวย ซึ่งคนสมัยก่อนคงตั้งตามลักษณะภูมิประเทศของเทือกเขาหินปูนริมชายฝั่งที่ดูตะปุ่มตะป่ำ เป็นโพรง ชะง่อน เวิ้ง ดูแล้วไม่เนียนตาเหมือนทะเลที่หาดสวย น้ำใส

หน้าต่างมนุษย์ถ้ำที่กาโรส
        แต่ปัจจุบันในชื่อไม่สวยของกาโรสกลับมีมนต์เสน่ห์หลากหลาย ชวนให้ล่องเรือหาง พายแคนู คยัค เข้าไปค้นหา ไม่ว่าจะเป็นจุดไฮไลท์อย่าง ลากูน(ทะเลใน)ที่เมื่อเข้าไปถูกจังหวะเวลาในยามน้ำขึ้นพอดีๆจะมองเห็นน้ำทะเลในต้องแสงให้สีเขียวมรกตท่ามกลางผนังผาที่ปิดล้อม หน้าผาปีศาจ ที่ธรรมชาติ ลม ฝน ชะกร่อนหน้าผาสูงตระหง่านจนดูคล้ายรูปหน้าปีศาจ และหน้าต่างมนุษย์ถ้ำที่เป็นโพรงถ้ำมองออกไปเห็นขุนเขาและสายน้ำในพื้นที่กาโรสอันสวยงาม

หน้าผาปีศาจ เทือกเขากาโรส
        นอกจากนี้กาโรสยังมีแนวขุนเขาหินผารูปร่างแปลกๆชวนจินตนาการ มีแนวผืนป่าชายเลนอันเขียวครึ้มอุดมสมบูรณ์ มีเวิ้งหน้าผาเต็มไปหินย้อยรูปร่างประหลาด มีหน้าผาสูงที่มีภาพเขียนสีโบราณทั้งรูปคนและรูปสัตว์ มีภาพวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านที่ลอยเรือออกเลทำมาหากินตามอัตภาพ ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ช่วยขับแต่งให้ความไม่สวย ความขี้เหร่ ของชื่อกาโรส กลายเป็น“ลูกเป็ดขี้เหร่”แห่งกระบี่ขึ้นมา

ภาพเขียนสีโบราณที่กาโรส
        กระบี่ มี 2 คม
       
        แม้การมาอ.อ่าวลึกครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งแรก แต่ว่าครั้งนี้เราได้เห็นแง่มุมทางการท่องเที่ยวของอ่าวลึกที่ลึกและคมมากกว่าครั้งไหนๆ ซึ่งนอกแหล่งท่องเที่ยวตามที่เล่าสู่กันฟังแล้ว อ่าวลึกยังมีแหล่งท่องเที่ยวเด่นๆอย่าง หมู่เกาะห้อง ถ้ำเพชร ถ้ำลอดเหนือ-ใต้ ถ้ำผีหัวโต น้ำผุดมือปรบ ศูนย์ฝึกลิง ศูนย์ผ้าบาติก เป็นต้น
       
        และด้วยของดีที่มีมากขนาดนี้ ทำให้ชุมชนอ่าวลึกเลือกเดินหน้าเข้าสู่วิถีทางการท่องเที่ยวชุมชนที่ศักดิ์เลบอกว่า
        ที่นี่เน้นการทำการท่องเที่ยวชุมชนแบบพอเพียง ให้ธุรกิจท่องเที่ยวอยู่ได้ ชุมชนอยู่ดีขึ้น และธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมอยู่ดีไม่ถูกทำลาย

แจวเรือในลากูน
        เรื่องนี้ สำหรับ“ตะลอนเที่ยว”แล้ว ถือเป็นหนังชีวิตที่ต้องติดตามกันอีกยาว เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่า “เงิน”ไม่เข้าใครออกใคร แถมยังทำการท่องเที่ยวชุมชน“เจ๊ง”มาหลายแห่งแล้ว นอกจากนี้ที่ผ่านมาการท่องเที่ยวยังมี 2 คม ไม่ต่างไปจากกระบี่ โดยคมหนึ่งให้คุณสร้างรายได้ให้กับชุมชน ส่วนอีกคมหนึ่งให้โทษทำลายธรรมชาติและวิถีชุมชน ซึ่งจำเป็นอย่างที่ชาวชุมชนจะต้องช่วยกันระมัดระวังไม่ให้คมด้านให้โทษหันกลับมาบาดทำร้ายชุมชนของตัวเอง

   
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์