www.krabiall.com
 

แหล่งโบราณคดี จังหวัดกระบี่

แหล่งโบราณคดีถํ้าหมอเขียว

  • สถานที่ตั้ง บ้านหน้าชิง ตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่
  • ประวัติความเป็นมา

จากคำบอกเล่าของชาวบ้านในท้องถิ่นที่มีการเรียกว่าถํ้าหมอเขียว ในอดีตมีหมอพื้นบ้านคนหนึ่งมีชื่อว่าหมอเขียว ซึ่งมีความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรเป็นอย่างดีจนชาวบ้านเลื่อมใสและรู้จักกันดี ในละแวกหมู่บ้านหน้าชิง อยู่อาศัยในถํ้าหมอเขียวเมื่อหมอเขียวเสียชีวิตลงชาวบ้านก็เรียกชื่อถํ้าที่ หมอเขียวอยู่ว่า "ถํ้าหมอเขียว"

โครงการวิจัยวัฒนธรรมโฮบิเนียนในประเทศไทย (The Hoabinhian Research Project in Thailand) ซึ่งเป็นโครงการศึกษาชาติพันธุ์วิทยาทางโบราณคดี ได้สำรวจพบหลักฐานบนพื้นผิวดินและระบุเป็นครั้งแรกว่า ถํ้าหมอเขียวเป็นแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์เมื่อปี พ.ศ ๒๕๓๔ และได้ดำเนินการขุดค้นทางโบราณคดีที่ถํ้าแห่งนี้ในปีเดียวกัน คณะผู้ดำเนินการขุดค้นและวิเคราะห์ข้อมูลด้านต่างๆที่ได้จากการขุดค้น ประกอบด้วยศาสตราจารย์ ดร.สุรินทร์ ภู่ขจร อาจารย์คณะโบราณคดี มหาวิทยาศิลปากร หัวหน้าอำนวยการขุดค้น วิเคราะห์สภาพแหล่งและผลการขุดค้นตามชั้นดินวัฒนธรรม นายประพิศ ชูศิริ นักโบราณคดีจากกองโบราณคดี กรมศิลปากร วิเคราะห์เรื่องโรคจากโครงกระดูกมนุษย์ นางเยาวลักษณ์ ชัยมณี วิเคราะห์กระดูกสัตว์ นายอำพล ไวศยดำรง วิเคราะห์หอย และนายมนัส วัฒนศักดิ์ วิเคราะห์ละอองเกสรพืช

  • ลักษณะทั่วไป

ถํ้าหมอเขียว อยู่ในเทือกเขาหินปูนเทือกเขาเดียวกับถํ้าอ่าวโกบ (หน้าชิง) คือ อยู่อีกฟากหนึ่งของกลุ่มภูเขากองและเขาช่องลม ถํ้าหมอเขียวอยู่ทางทิศเหนือของถํ้าอ่าวโกบ บริเวณโดยรอบเป็นที่ราบระหว่างเขา เป็นสวนยางพารา และสวนผลไม้ของชาวบ้านมีแนวลำรางชลประทานเก่าๆอยู่ทางทิศตะวันตก ถํ้ามีลักษณะหลืบลึกเข้าไปในผนังประมาณ ๓ เมตร ความยาวพื้นที่ขนานไปตามแนวตะวันออก - ตะวันตกประมาณ ๓๐ เมตร ปากถํ้าหันไปทางทิศเหนือ พื้นที่ของถํ้าแบ่งออกเป็น ๓ ส่วน คือ ส่วนแรกมีลักษณะเป็นเพิงผา ส่วนที่สองมีลักษณะเป็นคูหาตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของส่วนแรกมีเนื้อที่ ประมาณ ๙ ตารางเมตร ส่วนที่สามมีลักษณะเป็นคูหาตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของส่วนแรกมีพื้นที่ประมาณ ๑๒ ตารางเมตร

  • หลักฐานที่พบ

นักโบราณคดีได้ทำการสำรวจขุดค้นทางโบราณคดี เมื่อปี พ.ศ ๒๕๓๔ ได้แบ่งชั้นดินออกเป็น ๖ ชั้น จากชั้นบนลงไปชั้นล่างพบหลักฐานต่างๆดังนี้
- เศษภาชนะดินเผาเนื้อหยาบสีเทาเข้มและสีดำมีทั้งผิวเรียบและลายเชือกทาบ
- เครื่องมือหินและเครื่องมือกระดูก มักเป็นเครื่องมือหินขัดกระเทาะ เครื่องมือสะเก็ดหินและมีเครื่องมือกระดูกบ้างบางส่วน
- กระดูกสัตว์ ได้แก่กระดูกสัตว์ใหญ่และเปลือกหอยชนิดต่างๆ ทั้งหอยทะเลและหอยนํ้าจืด
- หลักฐานเกี่ยวกับเมล็ดพืช
- หลักฐานเกี่ยวกับกองไฟในชั้นวัฒนธรรมต่างๆ มักพบร่วมกับกระดูกสัตว์ เมล็ดพืช ขวานหิน และสะเก็ดหิน
- เครื่องประดับ ลูกปัดทำจากเปลือกหอย กระดูกสัตว์และแผ่นหิน
- หลุมฝังศพและโครงกระดูก

  • เส้นทางเข้าสู่สถานที่สำคัญ

สามารถเดินทางไปได้สะดวก โดยเริ่มต้นจากปากทางเข้าวัดถํ้าเสือผ่านบ้านหน้าชิงระยะทางประมาณ ๖ กิโลเมตร ก่อนถึงโรงเรียนบ้านเขาตั้ง มีทางแยกซ้ายมือเข้าไปทางสวนยางพาราอีกประเมาณ ๕๐๐ เมตร ถึงถํ้าหมอเขียว

 

ควนลูกปัด แหล่งชุมชนโบราณคลองท่อม

  • สถานที่ตั้ง ชุมชนโบราณควนลูกปัด (คลองท่อม) ตั้งอยู่ประมาณเส้นละติจูดที่ ๗ ํ ๕๕ ๑๖" เหนือ และลองติจูดที่ ๙๙ ํ ๙ ๔๙" ตะวันออก ทิศเหนือจดที่ดินวัดคลองท่อม บ้านเรือนของชาวบ้าน ทิศใต้ติดกับที่ครอบครองของชาวบ้าน สวน และป่าละเมาะ ทิศตะวันออกติดต่อกับที่นาและสวนยางพารา ทิศตะวันตกติดต่อกับสวนผลไม้ บ้านเรือน และวัดคลองท่อม
  • ประวัติความเป็นมา

ประวัติชื่อชุมชน คำว่า "ควนลูกปัด" เป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียกเมื่อมีการค้นพบลูกปัดแก้วสีต่าง ๆ บนเนินดินบริเวณนี้ สมัยก่อนไม่มีใครสนใจเพราะเห็นว่าไม่มีค่าอะไร หรือเห็นว่าเป็นของโบราณเกรงจะเกิดอาเพทตามความเชื่อและเรียกบริเวณนี้ว่า ควนลูกปัด ส่วนชื่อ"คลองท่อม" เป็นชื่อหมู่บ้าน ตำบลและอำเภอ ตั้งขึ้นตามชื่อ"ลำคลอง" ที่ไหลผ่าน คำว่า "ท่อม" มีผู้ให้ความเห็นดังนี้

"ท่อม" เป็นชื่อต้นไม้ชนิดหนึ่ง สมัยก่อนขึ้นอยู่ทั่วไปตามบริเวณลำคลอง
"ท่อม" เลือนมาจากคำว่า "ทุ่ม" ซึ่งแปลว่า ทอดทิ้ง ละร้างไป สันนิษฐานว่าชุมชนแห่งนี้ถูกละทิ้งไปเพราะสาเหตุหลายประการ เช่น ถูกข้าศึกรุกราน หรือละทิ้งไปเพราะเกิดโรคระบาดอย่างร้ายแรง

  • ลักษณะ

ลักษณะของควนลูกปัดเป็นเนินดิน ไม่มีคูน้ำคันดินหรือคูเมือง เป็นเนินราบในระดับความสูง ๘ เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นที่ราบกว้างประมาณครึ่งตารางกิโลเมตร แวดล้อมด้วยสวนยางพารา สวนผลไม้ ป่าละเมาะและบ้านเรือนของชาวบ้าน ด้านตะวันออกเป็นแนวสูงต่อมาจากไหล่เขา เนินด้านเหนือไปสิ้นสุดกลางบริเวณที่ราบต่ำ ทางใต้และตะวันตกเป็นที่ราบมีลำคลองไหลผ่านชื่อคลองท่อม

  • หลักฐานที่พบ

หลักฐานทางโบราณคดี พบการอยู่อาศัยของมนุษย์ตั้งแต่สมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ แต่ก็มีการพบวัตถุสมัยก่อนประวัติศาสตร์อีกด้วย กลุ่มคนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานบนเนินดินคลองท่อมคงเป็นชนพื้นเมืองสมัยก่อน ประวัติศาสตร์ที่อาศัยอยู่ตามป่าเขาใกล้เคียงนั่นเอง เพราะจากหลักฐานต่าง ๆ จากบริเวณอ่าวพังงาลงมาถึงบริเวณเขาขนาบน้ำ ถ้ำเสือ ถ้ำหลังโรงเรียนทับปริก ถ้ำอ่าวโกบหน้าชิง ล้วนเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น ชุมชนคลองท่อมอยู่ใกล้ทะเล มีลำคลองไหลผ่าน อยู่ในเส้นทางการเดินข้ามแหลมจากตะวันตกไปตะวันออก เป็นที่ผ่านไปมาของบรรดาพ่อค้าต่าง ๆ เช่น จากอินเดีย อาหรับ เปอร์เซีย เป็นต้น

หลักฐานทางโบราณคดีที่พบ ประเภทวัตถุที่ทำด้วยหิน เช่น เครื่องมือหิน หินดุ แท่นหินสลัก แม่พิมพ์ ตราประทับ ลูกปัดหิน ก้อนรัตนชาติ หินบด หินลับ ครกหิน ฯลฯ

วัตถุที่ทำด้วยแก้ว มีลูกปัดแก้วหลายสีหลายขนาด กำไลแก้ว แก้วหล่อ เศษแก้วหลอม แหวน เศษภาชนะแก้ว ฯลฯ
วัตถุที่ทำด้วยดินเผา มีเศษภาชนะดินเผาทั้งที่เคลือบและไม่เคลือบ มีลายและไม่มีลาย ตะคันดินเผา แวดินเผา แม่พิมพ์ ลายประทับรูปกลีบบัว รูปดอกไม้ ดินเผารูปสัตว์ รูปคนเล็ก ๆ หินดุ
วัตถุที่ทำด้วยสำริด มีจำพวกแหวนสำริด กำไล ตุ้มหู รูปสัตว์ต่าง ๆ เหรียญที่เป็นรูปสัญลักษณ์ต่าง ๆ ชิ้นส่วนคันฉ่องสำริดของจีน

วัตถุที่ทำด้วยเงิน มีจำพวกกำไล แหวน ตุ้มหู เหรียญรูปลักษณ์ต่าง ๆ แร่เป็นก้อนซึ่งสันนิษฐานว่าแร่เงิน
วัตถุที่ทำด้วยทองคำ มีจำพวกลูกปัดต่าง ๆ ทองคำแท่งหรือเป็นแผ่น แหวนทองคำ เป็นต้น
แหล่งโบราณคดีคลองท่อมหรือควนลูกปัด เป็นสถานที่สำคัญในเชิงประวัติศาสตร์โบราณคดี วัตถุโบราณส่วนหนึ่งเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์วัดคลองท่อม โดยพระครูอาทรสังวรกิจเป็นผู้ดำเนินการ ผู้สนใจทางโบราณคดีแวะไปชมและศึกษาอยู่เป็นประจำ

  • เส้นทางเข้าสู่ควนลูกปัด

โดยสารรถยนต์ประจำทางหรือรถส่วนตัว จากตัวเมืองกระบี่ไปตามเส้นทางกระบี่-ตรังผ่านกิ่งอำเภอเหนือคลอง ไปยังอำเภอคลองท่อมระยะทาง ๔๐ กิโลเมตร ผ่านตลาดคลองท่อมไปยังวัดคลองท่อมซึ่งอยู่ทางซ้ายมือ เดินเท้าจากวัดไปยังแหล่งโบราณคดีควนลูกปัดซึ่งอยู่หลังวัด

ถํ้าอ่าวปากหมาก

  • สถานที่ตั้ง หมู่ที่ ๒ บ้านนาเขาไฟไหม้ ตำบลทับปริก อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่
  • ประวัติความเป็นมา

พระมหาอิทธิพล สุพโล และประชาชนในพื้นที่ได้ทำการขุดดินภายในถํ้าอ่าวปากหมาก เพื่อปรับสภาพพื้นที่สร้างศาลาที่พักสงฆ์บริเวณหน้าถํ้า และพบชิ้นส่วนของโครงกระดูกมนุษย์ประมาณ ๑๐ โครง พร้อมทั้งเครื่องมือเครื่องใช้สมัยหิน ประเภทขวานหิน ภาชนะดินเผาลายเชือกทาบ เครื่องประดับหิน และซากสัตว์ แต่ชิ้นส่วนของโครงกระดูกได้ถูกเผาไปหมดแล้ว สำหรับเครื่องมือเครื่องใช้ ทางสำนักงานศึกษาธิการอำเภอเมืองกระบี่ ได้นำไปเก็บรักษาไว้เพื่อรอการศึกษาวิเคราะห์จากนักโบราณคดีต่อไป

  • ลักษณะทั่วไป

สภาพทั่วไปเป็นพื้นที่ราบ มีภูเขาหินปูนลูกโดดๆเป็นแนวจากเทือกเขานาเขาไฟไหม้ หน้าเพิงถํ้าหันไปทางทิศใต้ มีความลึกเข้าไปประมาณ ๕ เมตร ภายในมีอากาศถ่ายเทสะดวก ด้านหน้าเพิงผามีลำคลองเล็กๆไหลผ่าน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสวนปาล์มนํ้ามันและสวนยางพาราของชาวบ้าน

  • หลักฐานที่พบ

ซากโครงกระดูกมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์
เครื่องมือหิน
ภาชนะดินเผาลายเชือกทาบ
ชิ้นส่วนกระดูกสัตว์

  • เส้นทางเข้าสู่สถานที่สำคัญ

การเดินทางไปได้สะดวก ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๑๐ กิโลเมตร โดยเริ่มต้นจากบ้านตลาดเก่าตามถนนสายกระบี่ - ภูเก็ต ประมาณ ๖ กิโลเมตรถึงปากทางเลี้ยวขวาเข้าวัดในช่องแล้วเดินทางตามถนนสายบ้านนาเขาไฟ ไหม้ประมาณ ๑ กิโลเมตร

 

แหล่งโบราณคดีถํ้าเสือ

  • สถานที่ตั้ง บ้านถํ้าเสือ ตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่
  • ประวัติความเป็นมา

สมัยที่บริเวณนี้ยังเป็นป่ารก ชาวบ้านได้พบเห็นเสือโคร่งเดินเข้าออกแถบถํ้านี้อยู่เสมอจึงเรียกกันว่า "ถํ้าเสือ" และเป็นชื่อหมู่บ้านนี้ด้วย เมื่อพระอาจารย์ จำเนียร สีลเสฏโฐ มาบุกเบิกใหม่ๆ ได้เล่าว่า สภาพเดิมเป็นป่ารกมาก มีถํ้าที่สงบเงียบเหมาะแก่การทำวิปัสนากรรมฐาน ได้พบคนแปลกหน้าคนหนึ่งในหุบเขา "คีรีวง" ท่านได้ถามว่าในถํ้านี้เป็นอย่างไรบ้าง ชายผู้นั้นตอบว่าขอให้ท่านขึ้นไปขี่บนหลังของเขาเถอะแล้วจะพาเข้าไปดูในถํ้า และบอกว่ามีทรัพย์สมบัติมากมาย แต่ท่านก็มิได้ไปเพราะคิดว่าคนผู้นี้จะอาศัยท่านเข้าไปเอาวัตถุมีค่าในถํ้า เสียมากกว่า ต่อมาเมื่อท่านนำพระและเณรมาอยู่แล้วก็พบชายผู้นี้อีกครั้งหนึ่งในหุบเขา ชายผู้นั้นได้บอกเล่าเรื่องราวต่างๆอีกมากมาย โดยเล่าว่า เมื่อประมาณ ๑๒๐๐ ปีมาแล้ว หุบเขาถํ้าเสือเป็น
เกาะใกล้ทะเล ครั้งหนึ่งมีชาวเมืองไทรบุรีได้ทราบข่าวการสร้างพระธาตุเมืองนครศรีธรรมราช จึงพากันนำเอาทรัพย์สินเงินทองจะมาบรรจุไว้ในพระธาตุ เรือถูกพายุมาติดที่บริเวณถํ้าเสือเป็นเวลาช้านาน ผู้คนเหล่านั้นต่างล้มตายไปหลายคน ต่อมาได้ทราบว่าการสร้างพระบรมธาตุนั้นเสร็จสิ้นแล้ว พวกที่เหลือจึงเอาทรัพย์สินสมบัติฝังไว้ในถํ้า ช่วยสกัดก้อนหินปากถํ้าเอาไว้ โดยอาศัยระบบนํ้าย้อยจนปากถํ้าปิดสนิท

ต่อมาอีกหลายร้อยปีทะเลบริเวณนี้ ได้ตื้นเขินกลายเป็นป่าเสน ผู้คนได้อพยพเข้ามาตั้งหลักแหล่งที่อยู่อาศัย กลายเป็นที่พักของพวกพ่อค้าเดินทางไปมา หรือข้ามแหลมจากตะวันตกไปยังตะวันออก พระอาจารย์จำเนียร สีลเสฏโฐ กล่าวว่าชายคนนี้เล่าเหมือนว่าเขารู้ประวัติศาสตร์ดีแต่จะเชื่อได้แค่ไหนขอ ให้พิจารณาดู หลังจากนั้นท่านก็บอกว่าไม่พบเห็นชายผู้นั้นอีกเลย จึงคิดว่าเขาคงเป็นเจ้าของทรัพย์สมบัติภายในถํ้าแห่งนี้ จึงให้ชื่อว่า "ถํ้าคนธรรพ์" บริเวณนี้เคยมีคนเคยพบพระพุทธรูปทองคำและวัตถุมีค่าอื่นๆอีกด้วย ที่ใกล้เคียงกันมีการคนพบถํ้าเล็กถํ้าน้อยอีกมากมาย เช่น ถํ้าปลาไหล ถํ้าลูกธนู ถํ้าช้างแก้วเป็นต้น

  • ลักษณะทั่วไป

แหล่งโบราณคดีถํ้าเสือ เป็นภูเขาหินปูนพืดติดต่อกันหลายลูก หน้าเพิงถํ้าหันไปทางทิศตะวันออก ซึ่งลาดลงไปสู่พื้นราบ เพิงถํ้าด้านหน้ายาวขนานไปกับพืดเขาสูงจากพื้นดินประมาณ ๕ เมตร เป็นแหล่งโบราณคดีสองสมัยในที่เดียวกัน คือ สมัยก่อนประวัติศาสตร์และสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ ปัจจุบันนั้นเป็นที่ตั้งของวัดถํ้าเสือ

  • หลักฐานที่พบ

จากการสำรวจทางโบราณคดีของนักโบราณคดี มีการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญในแหล่งโบราณคดีแห่งนี้ คือ เครื่องมือหิน พระพิมพ์ดินดิบ ภาชนะดินเผาทรงกลมมีการตกแต่งลวดลายเชือกทาบและเศษภาชนะดินเผา รวมทั้งภาชนะดินเผาประเภทหม้อสามขา
โบราณวัตถุที่พบพระอาจารย์จำเนียร สีลเสฏโฐ ประธานสงฆ์สำนักถํ้าเสือเป็นผู้เก็บรักษาไว้ที่วัดถํ้าเสือเป็นจำนวนมาก และในบางส่วนอยู่ในความครอบครองของชาวบ้าน

  • เส้นทางเข้าสู่สถานที่สำคัญ

การเดินทางเข้าสู่แหล่งโบราณคดีถํ้าเสือ สามารถเดินทางได้สะดวก ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๙ กิโลเมตร การเดินทางเริ่มต้นจากสี่แยกบ้านตลาดเก่า ตามถนนสาย กระบี่ - ตรัง ประมาณ ๒ กิโลเมตร ถึงปากทางเลี้ยวซ้ายเข้าวัดถํ้าเสืออีกประมาณ ๒ กิโลเมตร ก็ถึงแหล่งโบราณคดีถํ้าเสือ

 

เขาขนาบน้ำ

  • สถานที่ตั้ง เป็นภูเขาคู่หนึ่งตั้งอยู่ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของแม่น้ำกระบี่ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่
  • ประวัติความเป็นมา

เขาขนาบน้ำนับเป็นภูเขาที่เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดกระบี่ เพราะเมื่อเดินทางเข้าถึงตัวจังหวัด ภาพที่งดงามประทับใจ คือภาพเขาขนาบน้ำเคียงคู่ หันหน้าเข้าหากันริมแม่น้ำกระบี่ มีหลักฐานยืนยันว่า เขาขนาบน้ำเคยเป็นที่พักอาศัยของผู้คนมาหลายยุคสมัยหลายชั่วอายุคน ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์มาจนถึงยุคประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ ๑ ที่ ๒
ลักษณะทั่วไป

บริเวณหลุมขุดทดลองเป็นเพิงผาขนาด ๒๓ x ๗ เมตร ตั้งอยู่ทางตอนล่างของเขาขนาบน้ำติดกับแม่น้ำกระบี่ พื้นผิวของแหล่งที่ขุดทดลอง อยู่เหนือระดับน้ำขณะน้ำขึ้นประมาณ ๑.๕๐ เมตร และได้ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าเศษหินที่หลุดออกมาเป็นสะเก็ดตอนหน้าของบริเวณ ที่ขุดทดลองซึ่งมีอยู่ตลอดแนวที่ระดับน้ำท่วมถึงนั้น ยังคงมีการกัดเซาะอยู่เมื่อระดับน้ำสูงขึ้น ระยะสูงจากส่วนล่างของผนังเพิงผา ๕ เมตร มีรอยตัดอันเนื่องมาจากการซัดของคลื่นซึ่งแสดงให้เห็นว่าในช่วงหนึ่งในอดีต ระดับน้ำทะเลสูงกว่าปัจจุบันประมาณ ๕ เมตร ซึ่งดร. ไพบูลย์ ประโมจนีย์ นักธรณีวิทยาและผู้เชี่ยวชาญทางธรณีวิทยาเขตคาบสมุทรไทย ได้เปรียบเทียบรอยเซาะจากทะเลในถ้ำหลายแห่งบริเวณนั้น ได้ให้ข้อคิดว่า รอยตัดนั้นดูค่อนข้างใหม่ น่าจะมี
อายุตรงกับสมัยไพลสโตซีน ตอนกลาง ในช่วงที่ระดับน้ำทะเลครั้งสุดท้ายขึ้นสูงสุด คือ อายุระหว่าง ๖,๐๐๐ - ๕,๐๐๐ ปี
ในปี พ.ศ. ๒๕๒๒ ศาสตราจารย์ ดร. ดักลาส แอนเดอร์สัน จากมหาวิทยาลัยบราวด์ประเทศสหรัฐอเมริกา ร่วมกับ ดร. พรชัย สุจิตต์ และดร. วรรณี วิบูลย์สวัสดิ์ แอนเดอร์สัน (นักมานุษยวิทยา) ได้ทำการขุดหลุมทดลอง เพื่อสำรวจทางโบราณคดี พบหลักฐานซึ่งบ่งชี้ว่าเป็นแหล่งที่เคยมีมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ อาศัยอยู่ก่อน

ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๔๒ ภายใต้โครงการศึกษา แหล่งโบราณคดีช่วงปลายยุคไพลสโตชีน - โฮโลชีน โดยมี ดร. พิสุทธิ วิจารสรณ์ ผู้เชี่ยวชาญสำรวจจำแนกดิน กรมพัฒนาที่ดินเป็นหัวหน้าโครงการร่วมกับรศ.ดร.ไพบูลย์ ประโมจนีย์ นักธรณีวิทยาผู้อำนวยการมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ศ.ดร.ดักลาส แอนเดอร์สัน และรศ.ดร.วรรณี วิบูลย์สวัสดิ์ แอนเดอร์สัน นักมานุษยวิทยา ได้รับเงินทุนจากรัฐบาลไทย ให้ทำการขุดค้นที่ถ้ำเขาขนาบน้ำ บริเวณทางซ้ายมือของหลุมทดลองที่เคยขุด เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๒ เพื่อศึกษาการปรับตัวของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ที่อาศัยอยู่ริมทะเลเมื่อ ประมาณ ๖,๐๐๐-๔,๐๐๐ ปี ซึ่งการขุดค้นจะอยู่ในความควบคุมดูแลของกรมศิลปากรและศูนย์วัฒนธรรมจังหวัด กระบี่

  • หลักฐานที่พบ

บริเวณหลุมขุดค้นที่ทำการขุด เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๒ พบหลักฐานหลายชิ้นที่แสดงว่าเคยมีมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์อาศัยอยู่เป็นต้น ว่า เปลือกหอย กระดูกสัตว์ ที่มีร่องรอยการเผากินเป็นอาหาร ฟันสัตว์ เขี้ยวสัตว์ เศษถ่าน เศษภาชนะดินเผาประเภทหม้อสามขา กระดูกขามนุษย์ ฯลฯ

หลักฐานเหล่านี้ ศ. ดร. ดักลาส แอนเดอร์สัน จะทำการศึกษาวิจัยในประเทศไทยให้เสร็จสิ้นแล้วส่งมอบให้กรมศิลปากร เป็นผู้เก็บรักษาไว้ ยกเว้นผงถ่าน ซึ่งจำเป็นต้องนำไปประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อทำการทดสอบด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า "Radio cabon ๑๔ " เพื่อหาอายุโดยประมาณของผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณแหล่งโบราณคดีเขาขนาบน้ำที่ ทำการขุดค้นนี้
นอกจากนี้ ทีมงานที่ทำการขุดค้นได้เว้นพื้นที่ใกล้เคียงไว้เพื่อให้นักโบราณคดีในยุค ต่อ ๆ ไป ที่สนใจและมีเครื่องมือที่ทันสมัยมากขึ้นได้ทำการขุดค้นหาหลักฐานที่ยังคง หลงเหลืออยู่เพื่อทำการศึกษาวิจัยต่อไปในอนาคต

  • เส้นทางเข้าสู่สถานที่สำคัญ

โดยสารเรือหางยาวจากท่าเรือสะพานเจ้าฟ้า ไปยังภูเขาซึ่งตั้งอยู่เบื้องหน้าลูกที่อยู่ทางขวามือใช้เวลาประมาณ ๑๐ นาที หรือลงเรือจากโรงแรมกระบี่เมอร์รี่ไทม์ ไปยังภูเขาลูกทางซ้ายมือ ใช้เวลาประมาณ ๒-๓ นาที ก็จะถึงแหล่งโบราณคดีเขาขนาบน้ำ

 

แหล่งโบราณคดีถ้ำหลังโรงเรียนทับปริก

  • สถานที่ตั้ง หลังโรงเรียนทับปริก อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่
  • ประวัติความเป็นมา

การสำรวจแหล่งโบราณคดีในจังหวัดกระบี่ เริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๗ โดยศาสตราจารย์ ดร. ดักลาส แอนเดอร์สัน และ ดร. วรรณี วิบูลสวัสดิ์ แอนเดอร์สัน ต่อมาปี พ.ศ. ๒๕๒๒ ได้มีการสำรวจอย่างจริงจังอีกครั้งหนึ่ง ในครั้งนี้ มี ดร.พรชัย สุจิตต์ ร่วมด้วย โดยได้รับความร่วมมือจากคุณวินัย และคุณโอวาท อุกฤษณ์ ในการติดต่อกับผู้ให้ข้อมูล พบว่ามีแหล่งโบราณคดีถึง ๑๐ แหล่ง ต่อมาในเดือนตุลาคม ๒๕๒๕ - เดือน มกราคม ๒๕๒๖ มีการสำรวจเป็นครั้งที่ ๓ โดยทีมงานชุดเดิมและได้รับความช่วยเหลือจากคุณจิรชัย อึ้งวิศิษฐ์วงศ์ จากการสำรวจพบว่ามีแหล่งโบราณคดีมากกว่า ๑๐ แหล่ง ในจำนวนนี้มีแหล่งที่น่าสนใจ คือแหล่งโบราณคดี " ถ้ำหลังโรงเรียนทับปริก "

ในการสำรวจครั้งที่ ๓ ศาสตราจารย์ ดร. ดักลาส แอนเดอร์สัน ได้ตัดสินใจเลือกถ้ำหลังโรงเรียนทับปริกเป็นแหล่งที่จะขุดค้นอย่างละเอียด ซึ่งจากการสำรวจพบว่าสภาพแวดล้อมบริเวณถ้ำ เป็นพื้นที่สูง น้ำท่วมไม่ถึงและมีเพิงกำบังลมและฝน เหมาะที่จะเป็นสถานที่พักชั่วคราว

ในปี พ.ศ. ๒๕๒๖ และ พ.ศ. ๒๕๒๘ ศาสตราจารย์ ดร. ดักลาส แอนเดอร์สัน ได้รับทุนสนับสนุนจาก สมาคมภูมิศาสตร์แห่งชาติ กรุงวอชิงตัน (The National Geographic Society) ในการขุดค้นถ้ำหลังโรงเรียน และได้ขุดลึกลงไปถึงชั้นดินที่ ๑๐ จากการคำนวณอายุ โดยทางวิชาการในชั้นที่ ๙ ให้อายุถึง ๓๗,๐๐๐ ปี แสดงถึงยุคที่น่าสนใจมากในการศึกษาพัฒนาการของมนุษย์ในเอเชีย เมื่อหมู่เกาะฟิลิปปินส์และอินโดนีเชียกับแผ่นดินใหญ่เอเชียตะวันออกเฉียง ใต้เป็นพื้นแผ่นดินติดต่อกัน เป็นยุคการอพยพครั้งแรกสุดของมนุษย์ลงไปทางใต้สู่นิวกินี และออสเตรเลีย และเป็นช่วงที่มนุษย์สมัยโบราณ (Homo Sapians) พัฒนามาจากมนุษย์โบราณ (Hominids)

ใน ปี พ.ศ. ๒๕๓๓ มีการขุดค้นเป็นครั้งสุดท้าย รวมหลักฐานทางโบราณคดีที่ค้นพบจากการขุดค้นมีทั้งหลุมฝังศพ โครงกระดูก เศษภาชนะดินเผาลายเชือกทาบ เครื่องมือหิน เครื่องมือจากเขาสัตว์และกระดูก รวมทั้งกระดูกสัตว์ขนาดใหญ่ เปลือกหอย และเมล็ดพืช หลักฐานทางโบราณคดีเหล่านี้ประมาณอายุได้ ๔๓,๐๐๐ ปี เป็นอย่างน้อย

  • ความสำคัญต่อชุมชน

เป็นแหล่งศึกษาทางโบราณคดีเกี่ยวกับมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ เพราะจากหลักฐานที่พบ คำนวณอายุได้ระหว่าง ๔๓,๐๐๐-๒๗,๐๐๐ ปี ซึ่งอยู่ในยุคไพลสโตซีน (Plistocene) นับว่าเป็นชุมชนที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งเก่าแก่ที่สุดบนคาบสมุทรแถบเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีมนุษย์อาศัยอยู่

  • ลักษณะภูมิประเทศ

เป็นหุบเขาตั้งอยู่ในลุ่มน้ำกระบี่ (คลองกระบี่ใหญ่) ห่างจากแม่น้ำประมาณ ๔ กิโลเมตร และห่างจากชายฝั่งทะเลประมาณ ๑๒ กิโลเมตร เพิงผาอยู่ในที่โล่งตามรอยบากของภูเขาสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๗๕ เมตร ภูมิประเทศรอบด้านเป็นที่ราบและที่ราบระหว่างหุบเขา เป็นสวนยางพาราและสวนผลไม้ของชาวบ้าน

  • เส้นทางเข้าสู่ถ้ำหลังโรงเรียนทับปริก

ถ้ำหลังโรงเรียนทับปริกอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๑๔ กิโลเมตร เส้นทางเป็นถนนราดยางตลอดสาย สามารถโดยสารรถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือขับรถยนต์เข้าไปโดยผ่านสามแยกตลาดเก่าเลี้ยวขวาไปยังถนนศรีตรัง เมื่อถึงปากทางเข้าไปบ้านคลองใหญ่เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางถนนราดยาง จนถึงโรงเรียนทับปริกจึงเดินเท้าเข้าไปทางหลังโรงเรียนลัดเลาะชายป่าและเชิง เขาก็จะถึงเพิงผาที่เป็นแหล่งขุดค้น

ขอขอบคุณที่มา : http://www.openbase.in.th